BHD
comments 3

ทฤษฎีสีกับงานภาพยนตร์

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้แปลบทความบทความนึงแบบคร่าวๆ เกี่ยวกับทฤษฏีสีและภาพยนตร์ เพื่อที่จะนำมาเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือศิลปนิพนธ์ของผมอะนะครับ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ดี เลยเอามาแบ่งปันกันอ่านดีกว่า บทความนี้เป็นบทความที่ชื่อว่า “Color Theory for Cinematographers” เรียบเรียงโดยคุณ Isaac จากเว็บ Outside-Hollywood ถือว่าเป็นบทความที่มีประโยชน์มากต่อการใช้นำอิทธิพลของสีและทฤษฏีสี มาใช้ในการเล่าเรื่องหรือสื่ออารมณ์ในภาพยนตร์หรือสิ่งที่เราต้องการจะสื่อครับ เริ่มกันเลยดีกว่า

สีสามารถนำมาใช้ในการสื่อสารข้อมูลให้กับผู้ชมได้ในทุกด้าน ยกตัวอย่างเช่นในการดำเนินเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง Traffic ของ Steven Soderbergh ซึ่งใช้สถานที่ 3 สถานที่โดยแต่ละที่มีสีที่แตกต่างกันไป ผู้ชมสามารถรับรู้ได้ว่าที่ๆตัวละครอยู่นั่นคือที่ไหน และอยู่ในส่วนใดของเรื่อง นี่เป็นวิธีการใช้สีสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนที่สุด นอกจากนั้นแล้วสียังสามารถสื่อถึงอารมณ์ได้เช่นกัน ในวงการภาพยนตร์ได้ใช้สีต่างๆเพื่อสื่อความหมายเช่นใช้แสงโทนร้อนเพื่อสื่อให้เห็นถึงความปลอดภัย และแสงโทนเย็นเพื่อสื่อถึงอันตราย เหล่านี้ถูกใช้กันเป็นมาตรฐาน เฉกเช่นการใช้เงาเพื่อสื่อถึงความลึกลับและแสงสว่างเพื่อสื่อถึงความปลอดภัย ผู้กากับบางท่านเช่น James Cameron ยึดถือแนวทางนี้อย่างเลื่อมใส ในขณะที่ผู้กำกับรายอื่นยินดีที่จะเปลี่ยนแนวคิดนี้

ผู้กำกับเช่น Spielberg กลับแนวคิดเรื่อง แสงสว่าง=ความดี กับเงา=ความชั่วร้ายในเรื่อง E.T. ส่วน Ridley Scott เองก็เปลี่ยนกฏเกี่ยวกับสีในเรื่อง Black Hawk Down เช่นกัน ด้วยเหตุเพราะเรื่องเหล่านี้มีความสลับซับซ้อนกว่า ยกตัวอย่างเช่นภาพยนตร์ตลกทั่วไป เป็นการบังคับให้ผู้ชมปรับแนวคิดและความเข้าใจเกี่ยวกับสีไปตามเรื่องนั้นๆ

Black.Hawk.Down.2001

นี่คือประเทศโซมาเลียในเรื่องในมุมมองของผู้กำกับ Scott ดูสกปรก หยาบคาย และสื่อโดยใช้สีน้ำตาลอมเขียวส้ม ไม่ใช่สีทองที่ดูมั่งคั่งแบบในเรื่อง Sahara หรือ Gladiator แต่เป็นที่ๆดูมอซอและอันตราย ควันดำจากน้ำมันก็เช่นกันยิ่งทำให้ภาพดูสกปรกมากยิ่งขึ้นไปอีก

Black.Hawk.Down.2001_02

ในทางกลับกัน ทหารสหรัฐพักอยู่ในที่พักที่เต็มที่ไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัย และมีแสงอุณภูมิเย็นจากหลอดโฮโลเจนและแสงจากจอคอมพิวเตอร์ ในทางภาพยนตร์มักจะใช้สีโทนร้อนเพื่อบ่งบอกว่าที่นั่นปลอดภัย และสีฟ้าเช่นนี้หมายถึงที่ๆมีความเย็น แต่นั่นไม่ใช่ในภาพยนตร์เรื่อง Black Hawk Down ชุดสีมีความแตกต่างไปนั้น เฉกเช่นเดียวกับที่แปลกๆอย่างโซมาเลีย

Black.Hawk.Down.2001_03

เมื่อหน่วยเรนเจอร์เข้าไปในเมือง Mogadishu สีถูกเปลี่ยนเป็นสีโทนร้อน สีน้ำตาลดูอันตรายและดูเหมือนจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น แสงสีส้มสว่างนั้นไม่ปลอดภัย นี่คือความแตกต่าง และผู้ชมเองก็ถูกทำให้เปลี่ยนความคิดเรื่องสีไปด้วย

Black.Hawk.Down.2001_04

แม้แต่ในศูนย์บัญชาการเองก็มีสีโทนร้อนในระหว่างที่มีการต่อสู้กัน จอมอนิเตอร์ด้านหลังยังคงเป็นสีฟ้า ทำให้ Fill Light เป็นสีโทนเย็น แต่ Key Light ที่เจ้าหน้าที่เป็นสีโทนร้อนแบบเดียวกับทหารที่อยู่ในสนามรบ ทำให้รู้สึกว่าผู้บัญชาการเองก็กำลังยุ่งอยู่กับการรบเช่นเดียวกัน

Black.Hawk.Down.2001_05

นับตั้งแต่เรื่อง Saving Private Ryan ได้มีการใช้สีที่มีความสดต่่ำมาก (Bleach-Bypass) โดยเฉพาะในฉากรบกัน ผู้กำกับ Ridlet Scott และผู้กำกับภาพ Slawomir Idziak ก็ได้นำแนวทางนั้นมาใช้ในเรื่องนี้เช่นเดียวกันและถูกใช้อย่างมีประสิทธิผล

Black.Hawk.Down.2001_06

ในที่สุดเมื่อทหารสามารถหาที่กำบังได้ในชั้นใต้ดินของอาคารร้าง พวกเขาซ้อนอยู่ในที่ๆมีแสงอุณภูมิเย็น แม้ว่าการใช้สีแบบนี้จะไม่ถูกใช้โดยทั่วไป แต่คนดูรับรู้ได้แล้วว่าที่นี่คือที่ๆปลอดภัยกว่าพื้นที่สีน้ำตาลข้างนอก ในขณะนี้ผู้ชมสามารถเข้าใจถึงการใช้สีในเรื่องได้แล้ว

Black.Hawk.Down.2001_07

ในขณะที่เวลาเปลี่ยนไป สถานการณ์เลวร้ายลงและอันตรายยิ่งขึ้น แสงโทนร้อนของพระอาทิตย์พยายามเล็ดลอดเข้ามาภายในทุกส่วนของภาพยนตร์รวมถึงชุดสีที่ใช้พยายามสื่อให้เห็นถึงความอันตรายต่อผู้ชม

Black.Hawk.Down.2001_08

โดยทั่วไปแล้วในช่วงเวลากลางคืนจะถูกสื่อสารโดยการใช้สีที่มีความสดต่ำและใช้แสงจันทร์สีฟ้า และนี่เป็นอีกครั้งที่ Ridley Scott มีไอเดียที่ดีกว่านั้น แสงในยามค่ำคืนในโซมาเลียเป็นสีเขียวดูน่ากลัวและระเบิดไฟก็เพิ่มสีส้มให้กับฉากกลายเป็นสีโทนร้อนเช่นเดียวกับช่วงเวลากลางวันแต่สว่างกว่าและดูน่ากลัวกว่า ไม่มีส่วนใดที่เป็นสีฟ้าหมายถึงว่าไม่มีความปลอดภัยที่นี่

Black.Hawk.Down.2001_09

โชคดีเมื่อกองกำลังช่วยเหลือเข้ามาในพื้นที่ กองพลเสือภูเขาที่ 10 ได้นำแสงสีฟ้าโฮเลเจนเข้ามาด้วย และแสงสีส้มและเขียวที่สื่อถึงความอันตรายนั้นก็หายไป ด้วยการเพิ่มความสดของสีให้กับช่วงเวลากลางคืนซึ่งแตกต่างไปจากปกติที่ทำกัน ทำให้ผู้ชมรู้สึกแปลกไปจากเดิม ซึ่งนี่เป็นอารมณ์ซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการ

Black.Hawk.Down.2001_10

และในที่สุดเมื่อการสู้รบจบลง แสงสีฟ้าของรุ่งอรุณทำให้ทุกอย่างดูปลอดภัย การสู้รบที่แสนทรหดที่ Mogadishu จบลงด้วยชัยชนะพร้อมไปกับชุดสีใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น หน่วยเรนเจอร์กลับกลายเป็นสีปกติและทุกคนก็ปลอดภัย

Ridley Scott สร้างผลงานชิ้นใหญ่กับภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่านการใช้สีอย่างชาญฉลาด อาจจะเป็นเรื่องประหลาดใจเล็กน้อยที่ทุกคนสวมชุดเหมือนกันหมด อาคารทุกอาคารมีเฉดสีเดียวกัน และมีหลายฉากที่อยู่ในช่วงกลางคืน แต่อย่างไรก็ดีภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำสีมาใช้ในการเล่าเรื่องได้ดีกว่าเรื่อง Gladiator เสียอีก

จากภาพด้านบนจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสีสามารถลำดับเหตุการณ์ในเรื่องได้อย่างไร เพียงแต่ดูสีที่ใช้ก็สามารถลำดับเหตุการณ์ในเรื่องได้ นี่คืออีกหน้าที่หนึ่งของสีนอกจากในด้านการสื่ออารมณ์

สีคือเครื่องมือทรงพลังในการเล่าเรื่องซึ่งไม่ควรละเลย และแม้ในปัจจุบันจะมีเครื่องมือในการปรับสีที่ทันสมัยในช่วง Post-Production แต่อย่างไรก็ตามนั่นไม่สามารถทำได้เทียบเท่ากับสิ่งที่ Ridley Scott ทำ ขั้นตอนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ผ่านการวางแผนมาเป็นอย่างดีและระมัดระวัง และเมื่อถูกใช้แล้วก็จะกลายเป็นการพลังในการเล่าเรื่องได้เป็นอย่างมาก

เรียบเรียงจาก Color Theory for Cinematographers หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ :)

3 Comments

  1. sinbad

    ชื่นชมครับ ขอบคุณมากครับที่แบ่งปันความรู้ดีๆ แบบนี้ ทำมาอีกนะครับ

Leave a Reply