Adobe Creative Suite 5 Launch Event
comment 0

มีอะไรใหม่ใน After Effects CS5

ใกล้เปิดตัวเข้ามาเต็มที่แล้วครับสำหรับ Adobe CS5 ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 12 เมษายนนี้ เพื่อนๆหลายๆคนคงจะได้เห็นฟังชั่นใหม่ของ Photoshop CS5 กันมาบ้างแล้ว ซึ่งจริงๆต้องบอกว่า ผมก็เคยเห็นมาก่อนหน้านี้นานพอสมควรแล้วสำหรับฟังชั่นใหม่ๆที่จะช่วยเรื่องการตัดต่อ หรือคอมโพสิตได้ง่ายยิ่งขึ้น ใครยังไม่เคยเห็นลองดูตามคลิปข้างล่างนี่แล้วกันครับ

ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรซ์อะไรมาก บังเอิญว่าผมก็ติดตามอยู่ระดับนึง แต่ที่ยังไม่เห็นอะไรใหม่เลยก็คงเป็น After Effects เพราะผมสนใจมากกว่า เท่าที่รู้มาก่อนหน้านี้คือ After Effects CS5 จะเป็นเวอร์ชั่น 64 บิทเต็มตัวเพื่อประสิทธิภาพที่สูงสุด รวมไปถึงในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานเช่นการทำงานกับ comp ขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถพรีวิลได้ยาวขึ้น เคชใหญ่ขึ้น ส่วน CS4 จะเป็น 32 บิทตัวสุดท้ายสำหรับ After Effects ใน CS5 คงมีการปรับปรุงมากกว่านั้น งานนี้ใครมีแรมเท่าไร ก็จับยัดไปครับ คงได้เห็นผลกันมากขึ้นทั้งในเวลาพรีวิลขณะทำงาน และในช่วงเรนเดอร์

ล่าสุดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา Mark Coleman – After Effect Product Manager (@motiongfx) ได้ทวีตบทความเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ After Effects CS5 ซึ่งดูแล้วน่าสนใจมากๆก็คือเรื่องความเร็วของการเรนเดอร์ครับ After Effects CS5 จะเรนเดอร์ได้ไวกว่าเดิมถึง 30-50% นั่นก็คือเร็วขึ้นเท่านึงเลยทีเดียวสำหรับการการทำงานบน cpu แบบ multi core? นอกจากนี้ไม่่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเปิดโปรแกรมที่จะเปิดเร็วขึ้นกว่าสองเท่า การอ่านและเขียนไฟล์ที่ถูก compress จะรวดเร็วยิ่งขึ้น การแปลงไฟล์ข้าม format ก็จะทำได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนใครที่ใช้ Intel i7 ก็คงยิ้มครับ เพราะว่าในเวอร์ชั่นใหม่ ได้มีการพัฒนาให้โปรแกรมสามารถใช้เทคโนโลยี hyper-threaded (คอร์เสมือน) ของ Intel ได้อย่างเต็มที่ กล่าวคือ นอกจากโปรแกรมจะนำ core แท้ๆมาประมวลผลแล้ว ยังสามารถนำ core เสมือนที่เหลือมาช่วยกันเรนเดอร์ได้อีกด้วย นั่นก็หมายความว่า จะทำให้งานถูกเรนเดอร์เร็วยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเองครับ บวกกับความที่เป็น 64 บิทนั่นก็หมายความว่าใครแรมเยอะ? CPU ก็สามารถนำแรมมาแบ่งกันเรนเดอร์ได้มากขึ้นเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงแบบนี้คงทำให้งานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นครับ ถ้าให้ผมวิเคราะห์ผมมองว่าใครกระเป๋าหนักงานนี้ก็คงได้ใช้ความสดของ CS5 ได้อย่างเต็มที่ เพราะ ณ ขณะนี้ Intel เองก็ออก i7 980X 6 Cores 12 Thread ออกมาแล้ว (ราคาราว 3 หมื่นบาท) ลองนึกภาพดูนะครับว่า งานจะเร็วขึ้นขนาดไหน ทั้ง CPU 6 Cores และ Ram แบบ Triple Channels แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องแลกมาด้วยเงินละครับ ใครใช้ฝั่ง Intel ก็คงได้เปรียบฝั่ง AMD อยู่บ้าง เพราะว่า AMD ไม่มีเทคโนโลยีในลักษณะแบบนี้อยู่ใน cpu ของตัวเอง

.
แต่สุดท้ายเราก็คงต้องรอดูผลทดสอบที่เปิดเผยแบบจริงๆดีกว่าครับ ไม่งั้นก็คงจะยังยืนยันอะไรไม่ได้ การเปลี่ยนจาก 32 บิทมาเป็น 64 บิทก็เช่นกัน มันก็มีหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่ plugin เก่าๆของเราจะไม่สามารถใช้ได้ในเวอร์ชั่นใหม่ หรืออาจจะต้องรอให้มีการอัพเดทก่อนจึงจะใช้ไดั รวมไปถึงระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่ด้วยซึ่งก็จะต้องเปลี่ยนไปใช้ 64บิทเสียก่อนจึงจะได้ใช้ และในเมื่อบอกว่า After Effects CS4 เป็น 32บิทตัวสุดท้าย ผมไม่แน่ใจว่านั่นหมายถึงเป็น 32บิทเพียวๆตัวสุดท้ายหรือเปล่า เพราะเท่าที่ทราบมาก่อนหน้านี้คือ Adobe ยังจะทำเวอร์ชั่นที่มีทั้ง 32 และ 64บิทไปก่อน 3 รุ่นหลังจากนั้นจะมีเพียง 64บิทเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นใน CS4 มี Photoshop 32 และ 64 บิท คงจะเพื่อให้ผู้ใช้ได้ปรับตัว ซึ่งในจุดนี้ก็อาจจะมีบางคนที่ไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้ของใหม่ หรือยังไม่พร้อมที่จะไปใช้ระบบปฏิบัติการแบบ 64 บิท ด้วยอาจจะเพราะติดปัญหากับ Hardware หรือ Software หรือใดๆก็ตาม

.
นอกจากนี้ถ้าจะให้พูดแล้ว ผมก็ยังอยากจะเห็นอะไรมากกว่านี้นะครับใน Photoshop ผมอยากให้มันมี glyphs palette เพิ่มขึ้นมา แบบที่ Illustrator มี ส่วนใน After Effects ผมก็อยากให้มีการทำงานแบบ Node เพิ่มขึ้นมาด้วย นอกจากจะทำงานแบบ Layer อย่างเดียว โดยรวมก็ประมาณนี้แหละครับ ยังไงอีกไม่กี่วันเราก็คงรู้กันแล้วว่ามีอะไรใหม่บ้าง สำหรับผม CS3 > CS4 มีความประทับใจเรื่องการจัดเลเอาท์ใหม่ๆ มาในเวอร์ชั่นใหม่เลเอาท์เดิมออกแบบมาดีอยู่แล้ว มาทำเรื่องประสิทธิภาพนี่หละครับ ผมว่าเหมาะสมแล้ว เพราะส่วนหนึ่งที่ต้องนำมาคิดคือ ปัจจุบันโลกเรา High Definition กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานกันจนหมด หมายความว่างานของเรามีขนาดที่ใหญ่ขึ้นซึ่งแน่นอนว่ากินทรัพยากรเครื่องมากขึ้น เรนเดอร์นานขึ้น ใช้แรมมากขึ้น ส่วน SD กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะฉะนั้นนักพัฒนาเองก็ต้องทำซอฟแวร์เพื่อมารองรับตรงจุดนี้หละครับ ;)

Leave a Reply