Permalink to หนึ่งพยางค์คำว่า "รัก" ไร้ความหมาย…

หนึ่งพยางค์คำว่า "รัก" ไร้ความหมาย…

เรื่องหัวใจนี่ มันพูดยากนะ ผมพูดมาตลอด และเสมอกับคนที่ผมรู้จักว่าผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนนะ ถึงแม้ว่าจะเคยมีคนบอกรักผม แต่นั่นมันก็สั้นเหลือเกิน เป็นรักที่เกิดขึ้นเพียงข้ามคืนและเมื่อตื่นเช้ามาทุกอย่างก็เปลี่ยนไป มันไม่ถึง 12 ชม ด้วยซ้ำ? แต่เรื่องมันก็ผ่านมาพอสมควรนะ ตอนนั้นผมยังอยุ่ ม 5 หรือ ม?6 ตอนเทอมแรกเองมั้งครับ จำไม่ได้แล้ว

มันเป็นเรื่องที่พูดไปอาจจะดูแปลกที่การพยายามจีบสาวมาตลอด ตั้งแต่ ม1 ถึงตอนนี้เป็นเวลากี่ปีแล้วละ 6 7 8? 8 ปีแล้วผลที่ออกมาคือ 0.5 กับคนที่รักผมแต่ผมให้สิ่งนั้นกลับไปที่เค้าไม่ได้อีก 2 คน มันแปลกนะ อาจบางทีเป็นเพราะผมให้สิ่งๆนั้นกับใครๆมากไป ผมเป็นพวกที่อดไม่ได้ที่จะพูดถึงมัน ต่อให้เจอกันและพึ่งจากเมื่อตอนเย็น หลังจากนั้น 2-3 ชม ถ้าผมได้โทรไป ผมก็ยังมีความรู้สึกที่อยากจะบอกเค้าอยู่ตลอดเวลาว่า คิดถึงนะ รักนะ? สำหรับคนอื่นอาจจะคิดว่าคำพวกนี้ควรจะเก็บไว้พูดในโอกาศพิเศษ อาจจะเพื่อความโรแมนติก หรือ เพื่อให้มันดูแล้วสำคัญมากกว่า แต่กับผมมันตรงข้ามนะ ผมรุ้สึกวาผมรักเค้ามากกว่าเดิมทุกครั้ง มากกว่าเดิมทุกวินาที แล้วมันเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ไม่ได้ครับ อึดอัด?อยากพูดคำๆนั้นอยู่ตลอดเวลา และที่ผมพูด ผมพูดจากใจนะ ไม่ใช่อยากพูดก็พูด แต่เป็นสิ่งที่ออกจากใจจริงๆ แม้แต่กับแม่ผมซึ่งเห็นหน้ากันทุกวัน บางทีผมอยู่เฉยๆก็จะถามแม่ตลอดว่า รักผมใหม ไม่ใช่เพราะคิดว่าแม่ไม่รัก แต่ผมมีความสุขนะ เมื่อได้ยินคำนั้น ถึงแม้ว่าแม่จะไม่เคยพูดตรงๆว่ารักก็เถอะนะ?แค่ได้ถามก็สุขใจแล้ว

กลับมาเรื่องเดิมอีกครั้ง คือผมอยากให้เค้ารู้นะว่าในใจเรามีเค้าอยู่ ถึงแม้ว่าเค้าอาจจะไม่อยากจะฟังมันก็ตาม บางทีมันอึดอัดมาก ถ้าไม่ได้พูดคำนั้นออกมา บางทีผมเดินวนไปวนมา หรือนั่งนึกไปนึกมาแล้วหยิบเจ้าโทรศัพมือถือเพื่อที่จะโทรไปหาเค้า เพียงเพื่อที่จะพูดว่าคิดถึงนะ ผมเป็นแบบนี่จริงๆ ไม่รุ้ซิ ผมไม่ใช่คนที่ขาดพ่อแม่นะ กลับกันผมมีพร้อม พ่อแม่น้องสาว แต่ทำไมรู้สึกเหมือนขาดความอบอุ่นก็ไม่รู้ ก็คงเพราะผมไม่เคยมีคนที่รักผมนอกเหนือจาก 3 คนข้างต้นก็เป็นได้
ผมเคยคิดนะ ทุกวันๆที่เราพยายามจีบใครสักคน แล้วถ้าเกิดว่าวันใดวันนึง เค้ารักเราขึ้นมา ผมจะทำยังไง ผมมีความรู้สึกว่า ผมจีบคนได้ ให้ความเป็นห่วงเป็นใย เทคแคร์ได้ แต่นั่นมันเหมือนเป็นหน้าที่ที่คนที่จีบใครสักคนเค้าทำกัน แต่ถ้าผมได้เป็นแฟนเค้าละ หน้าที่ในฐานะแฟนซึ่งผมไม่เคยเป็นมาก่อน มันจะเป็นยังไงนะ?คือถ้าเค้าเป็นแฟนเราแล้ว เราก็ไม่ต้องจีบเค้าและซิ แล้วเราจะแสดงออกยังไงละที่นี่ เพื่อที่ให้เค้ายังรู้อยู่ว่าเรารักเค้าเหมือนเคยนะ ไม่ใช่พอได้แล้วทิ้งไม่ให้ความสำคัญ ผมนึกภาพนั้นไม่ออกจริงๆ

ผมก็ลองดูนะ จากเพื่อนที่อยุ่คอนโดกับผม เค้ามีแฟนแล้วซึ่งแฟนหวงมาก หึงด้วย จะไปใหนก็ต้องบอกตลอด ถ้าไม่บอกปุบ ติดต่อไม่ได้ปุบ เอาละเริ่มมีปัญหาและ ต้องคอยเคลียกันอยู่เวลา ซึ่งผมคิดว่าตกลงมันใช่ความสุขจริงๆหรือเปล่า ในเมื่อเรารักกัน เราจะไม่ไว้ใจกันหรอ ผมเคยคิดนะ ว่าถ้าผมมีแฟน นิสัยเดิมๆของผมคือชอบมองสาวๆ สวยๆ หุ่นดีดี มันก็คงไม่แปลกมั้ง ผู้ชายเป็นแบบนี้คงไม่แปลก ถ้าผมมองผุ้หญิงซิแปลก ผมคิดว่าเนี่ยผมมองผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะ ไม่ได้มองแล้วคิดจะไปจีบ แต่ในทางกลับกัน ถ้าแฟนผมจะทำอะไรทำนองนั้นบ้าง ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และก็คงไม่สบายใจถ้าเป็นแบบนั้น ตอนแรกผมคิดแบบนี้นะ แต่พอนึกไปนึกมา นี่เราเอาเปรียบเค้านี่หว่า เห็นแก่ตัว สิ่งที่มันควรจะเป็นก็คือเลิกนิสัยนี้ซะ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหา เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา คือเค้าทำเราไม่สบายใจ เช่นกันถ้าเราทำเค้าก็คงไม่สบายใจ สุดท้ายเจอกันครึ่งทาง น่าจะเป้นทางออกที่ดีที่สุด บางครั้งเราก็อาจจะต้องเสียบางอย่างไปเพื่อบางอย่าง ครั้งนึงผมอาจจะเห็นสาวๆน่ารักแล้ว โอ๋ โลกนี้น่าอยู่จังเลย แต่ถ้าเรามีแฟนแล้ว เธอคือคนที่ฉันรักที่สุดแล้ว เพราะถ้าไม่รักก็คงไม่จีบ?แล้วจะไปสนใจคนอื่นทำไม กว่าจะได้รู้จักกัน กว่าจะจีบติด มันเหนื่อยนะ เหนื่อยมาก?เพราะฉะนั้นเพื่อคนที่เรารัก ยอม ยอมได้เสมอ

พุดถึงเรื่องยอมนี่ ชีวิตผมนอกจากแม่ มีผู้หญิงคนนึงถึงสองคนซึ่งมีอิธิพลต่อผมมาก?พอสมควร คนแรก แต่ก่อนผมก็ไม่ได้พูดเพราะอะไรหรอก คำหยาบแต่ก่อนผมก็พูด แต่ด้วยที่ตอนนั้นผมยังเด็ก ม ต้น เอง ผมก็ไม่รุ้หรอกครับว่าควรจะพูดยังไง บางทีผมก้พูดไม่เพราะกับเธอ เธอบอกว่าพุดกับเธอนะ พุดเพราะๆได้ใหม ตั้งแต่นั้นมา ผมก็เปลี่ยนไปครับ จริงๆนะ เปลี่ยนไปจริงๆ ผมสุภาพกับผู้หญิงทุกคน ถ้าไม่มีเธอในวันนั้นผมในวันนี้ก็อาจจะเป็นในอีกรูปแบบนึงก็ได้ คนที่สองคนนี้มีเรื่องราวมากมาย เพราะผมจีบเธออยุ่นานมาก สุดท้ายเธอก็ไปมีคนรักของเธออะนะ ครั้งนึงเมื่อผมขึ้น ม ปลาย ผู้ชายส่วนมากจะเรียน รด. ตอนนั้นผมสมัครไปแล้วนะ เขียนใบสมัครส่งอะไรไปเรียบร้อย แต่สุดท้ายด้วยคำพูดของเธอ เธอพูดว่า ถ้าผมเรียนรด. แล้วเธอจะมีใครอยุ่เป็นเพื่อนด้วย นั่นละครับ ผมก็เลยไม่ได้เรียน รด. ต้องมาลุ้นเกณทหารเอาถึงทุกวันนี้ ฮาๆ อีกอย่างนึงก็คือ แต่ก่อนมือผมก็อยู่ไม่สุขหรอกนะ คุยกับผู้หญิงบางทีก็ซุกซนมาก เรื่องนี้เกิดขึ้นตอน ม ต้นหรือไม่ก้ ม 4 แหละมั้งครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเธอทำอย่างไร ไม่รู้ว่าด้วยคำพูดหรือสายตา ผมจำไม่ได้แล้ว แต่ที่ผมจำได้คือ เธอทำให้ผมได้คิดว่าสิ่งที่ผมทำอยู่นะ มันผิดนะ เธอไม่ชอบเลย นั่นแหละครับ :)? ถึงผมจะเสียใจเพราะเธอหลายต่อหลายครั้ง แต่อย่างน้อยในคราบน้ำตาที่ผมเสียไป เธอก็สอนให้ผมได้รุ้อะไรหลายๆอย่างนะ ทุกวันนี้ผมทำใจได้แล้ว แม้ว่าจะไม่รักเธอแล้ว แต่สิ่งที่เหลืออยู่ในภาพเวลาคิดถึงคือความรู้สึกดีดี ของเพื่อนที่มีต่อเพื่อนครับ

โอ วันนี้ผมพิมพ์เยอะมากเลย พิมพ์ไปก็ไม่มีใครอ่าน แล้วก็ยังคิดว่ามีเรื่องให้ได้พิมพ์อีกมากด้วย แต่วันนี้พอก่อน ไว้ต่อ part 2 ครับ ที่ผมจั่วหัวไว้ว่า “หนึ่งพยางค์คำว่า “รัก” ไร้ความหมาย หนึ่งพยางค์คำว่า “ช้ำ” เจ็บเหลือหลาย” จริงๆก็ไม่รู้จะพูดอะไรครับ ผมเอามาจากเพลง ถ้าเข้ามาอ่านในนี้จะเห็นว่ามีตัว media player อยุ่ทางด้านซ้าย ลองกดฟังดูนะครับ มันจะไม่เล่นเองอัตโนมัติ ต้องกดเอามันถึงจะเล่น ลองฟังดูครับ เป็นเพลงอกหักที่ฟังสบายๆ ดี?แปลกดีครับ ชอบ เป็นเพลงอกหักที่ฟังมีความสุขดี…


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Contact Me

Thanks! Your email was successfully sent. I check my email all the time, so I should be in touch soon.

There was an error sending your message. Please try again later.

Sending your message...