
วันนี้ผมไปแข่งขันความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มา ที่โรงเรียนสวนกุหลาบเป็นตัวแทนโรงเรียน ก็ไปกันเองครับ 3 คนมีผม ดู และเทพ ภายใต้ชื่อ DDT ซึ่งเราไม่ได้ตั้งกันเอง เข้าใจว่ามาจากคำว่า Dull Du และ Tep ผมมีความรู้ด้าน software ดู มีความรู้ทางด้าน programing ส่วนเทพด้าน hardware เรารู้กันคนละอย่าง เราต่างมั่นใจครับ ว่ารอบแรกไม่น่าจะหลุดมือเราไป ที่หนึ่งนั้น 5000 บาท พร้อมจอมอนิเตอร์และของรางวัลอื่นๆ ใครมางานนี้ได้รางวัลแน่นอนครับ
วันนี้ผมตื่นแต่เช้า ตอนเช้าวุ่นวายเล็กน้อย เพราะเราต้องไปกันเอง ไม่มีครูจากโรงเรียนพาไป บางทีเราก็ต้องทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างละมั้ง ไม่ต้องพึ่งคนที่ รร เรานัดกันที่ฝั่งตรงข้ามของ สน. ตลิ่งชัน เทพเอารถแม่หรือน้าก็ไม่รู้พาไป ระหว่างทางเราคุยเรื่องสิ่งที่จะเกิดขึ้น เราจะได้เจอข้อสอบแบบใหน ผมคิดไว้เลยว่าต้องมีถามแน่ๆ เลยว่าคอมพิวเตอร์เคร่ืองแรกใครเปนคนคิด ใครเปนคนทำ อะไรอย่างนั้น ผมเองอาจจะไม่ค่อยกระฉับกระเฉงเท่าไร เพราะเมื่อคืนนอนตี 3 แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ผมนอนดึกประจำอยู่แล้ว
สิ่งที่ผมอยากจะทำในวันนี้ คือพิสูจน์ตัวเอง ผมอยากรู้ว่าคนอย่างผมมีความสามารถสักแค่ใหน ผมรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้เก่งอะไร แต่อย่างน้อยๆ ก็จะได้รู้ว่าระดับนี้จะไปสุ่คนอื่นเค้าได้ใหม
ไม่นานเราก็มาถึงที่ รร สวนกุหลาบครับ ราว 2 โมงเช้าได้หาที่จอดรถเรียบร้อยแล้วก็ไปลงทะเบียน งานนี้มี sponsor อย่างนิตรสาร chip เราก็เลยได้หนังสือมาอ่านกันฟรีๆ คนละเล่ม ตอนหลังก็ได้หยิบมาอีก รวมๆ แล้วก็เกือบ 6 เล่มได้
พูดถึงตัวโรงเรียน แน่นอนว่าโรงเรียนเค้ามีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่มากกว่าเรา มีประสิทะิภาพทางด้านการสอนมากกว่า แต่บรรยากาศของโรงเรียนผมคิดว่าโรงเรียนเราน่าอยู่กว่าครับ พื้นที่ของเราน้อยกว่าจริง แต่ใต้อาคารเราเปนที่โล่ง ทำให้ดูแล้วไม่อึดอัด แต่ที่นี่ตึกตั้งอยู่ติดกันไปหมด มองดูแล้วไม่ค่อยมีพื้นที่ให้สายตามองไปได้รอบๆ สักเท่าไร แต่สนามเค้าก็ใหญ่กว่าเรามากครับ
ผ่านการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว… ก็เดินขึ้นห้องประชุมครับ

กำหนดการเดิมของพิธีเปิดคือ 2 โมงเช้า แต่ก็ late ไปถึง 3 โมงเช้าครับ
งานนี้จัดขึ้นโดยชุมนุมคอมพิวเตอร์ของ รร สวนกุหลาบ อาจารย์มีส่วนร่วมกับงานน้อยมาก หลายๆ หน้าที่ถูกทำขึ้นโดยนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบครับ อยากให้โรงเรียนเราเป็นแบบนี้บ้างจัง

อยุ่ในห้องประชุม เราก็อ่านหนังสือคอมที่ได้รับแจกกันครับ ไม่ต่างอะไรไปกับอ่านหนังสือหน้าห้องสอบ เราก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องคอมพิวเตอร์
บรรยากาศในห้องประชุมครับ




ห้องประชุมของเค้าค่อนข้างมีความพร้อมกว่าของเราอยู่มาก ก็ตามภาพที่เห็นกันครับ
พอพิธีเปิดจบลงแล้ว เราก้ถูกแบ่งห้องสอบ ไปสอบตามห้องที่ถูกจัดเอาไว้ครับ ทีมเราอยู่ห้องที่ 4


ห้องเรียนที่นี่สภาพของห้องดูแล้วเก่าและโทรมกว่าของ รร เราแต่ว่าข้าวของข้างในดูดีกว่าครับ ห้องเรียนที่นี่ติดกระจก เพราะเปิดแอร์ถึงแม้จะไม่เย็นก็ตาม แต่ก็มีพัดลมครับ ในห้องก็ยังมีทีวีจอใหญ่ พอๆ กับในห้องวิทติดอยู่ด้วย กระดานเป็นแบบไวทบอร์ด เหนือกระดานขึ้นไปเป็นลำโพง เข้าใจว่าจะเป็นลำโพงประชาสัมพันธ์มากกว่าจะเป็นลำโพงที่อาจารย์ใช้พูดเวลาสอนครับ เรื่องโต๊ะที่ใช้เรียนดูสภาพโทรมกว่าของ รร เรา เทียบดูแล้ว ถ้าเอาโต๊ะที่ เราๆ เรียนไปใส่ในห้อง EP ยังดูดีกว่า
บรรยากาศตอนสอบ


เนื่องจากอยู่ในห้องสอบ เราจึงไม่สามารถถ่ายภาพมาได้มากครับ แต่ก็ตามที่เห็น
คำถามทั้งหมด 100 ข้อเกี่ยวกับ software hardware programing network และความรู้ทั่วไปครับ ผมกับเพื่อนๆ ก็ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ เรามั่นใจว่า เราต้องผ่านรอบแรกไปได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าข้อสอบจะยากก็ตาม (บางคำถามระดับวิศวะคอม) แต่ก็ยังมีหลายๆ ข้อที่เหนปุบก็ตอบได้เลย ไม่ต้องคิดมาก
พอเราสอบเสร้จแล้ว ที่งานมีสปอนเซอร์อีกคือ oishi และอีกบริษัทนึง ไม่ทราบชื่อแต่เปนแฮมครับ เดินไปเอามากินอยู่หลายรอบเหมือนกัน ข้าวเข้าไม่ได้กินมา หิว
จากนั้นก็กลับเข้าห้องประชุมครับ มาฟังกำหนดการ ผลการสอบจะประกาศหลังเที่ยง พวกเราออกจากห้องประชุม มาคุยกันด้านล่างของอาคารครับ



สิ่งที่คุยกันก็เรื่องสอบนะแหละ เรามาดูกันว่าเราทำผิดไปกี่ข้อ ลองมาวิเคราะห์ดูอีกครั้ง ข้อสอบที่เราทำกัน มันมาจากหนังสือ chip ทั้งนั้นเลยครับ เหอๆ
หลังจากนั้นเราก็กลับมาที่ห้องประชุมเพื่อมาฟังผลสอบครับ จะมีเพียง 25 ทีมจาก 40 กว่าทีมเท่านั้นที่จะได้เข้ารอบที่สองเปนรอบต่อไป เราคิดว่าหนึ่งใน 25 ทีมนั้นต้องมีเราแน่นอน

ตอนแรกก็รอกันครับ ไม่คิดอะไรมาก เตรียมเฮอย่างเดียว


พอนานเข้าความกดดันก็เริ่มมาครับ เริ่มอยุ่ไม่สุขแล้ว

รอมาจะชมนึงแล้วครับ แต่ผลก็ยังไม่ถูกประกาศออกมา ตอนนั้นพิธีกร ก็พูดไปเรื่อย ตั้งคำถามไปเรื่อย ถามคำถามก็ไม่ได้เกี่ยวกับคอมเท่าไร เช่น ดิฟความรักเท่ากับเท่าไร เด็กที่ รร นี้กล้าพูดและพูดเก่งกว่าเราครับ คือดูแล้วเป้นพิธีกรณ์เลย พูดกันได้ดีมีจังหวะ ไม่ขัดกัน แล้วก็ยังมีมุขเฮฮามาตลอด จากการพุดการจาแล้ว รู้ได้เลยครับว่า นักเรียนเค้ามีความรู้จริงๆ ถ้าเป็นกับเพื่อนๆ เค้าอาจจะไม่เท่าไร แต่นี่กับนักเรียน รร อื่น ผมคิดว่ามันเป้นเรื่องที่ยากนะ ที่จะเอ็นเตอร์เทนคนอื่น
.….….….….….….…
สุดท้าย พอผลออกมา ทีมเรา ตัวแทนจากโพธิสา่ร ทำได้ดีที่สุดแค่มาแข่งครับ ตกรอบแรก สิ่งที่ผมต้องการคือพิสูจน์ตัวเอง ก็ทำได้แค่นี้หละครับ ผมเองยังไม่มีความรู้ทางด้านนี้พอ เราคิดว่าเรารู้แล้ว แต่ก็ยังมีคนรู้มากกว่าเราอีกเยอะ บางคนดูแล้วอายุน้อยกว่าเรา เค้ายังผ่านเข้ารอบได้ บางคนเปนผุ้หญิงดูแล้วอาจจะไม่ได้สนใจคอมเท่าไร เค้ายังผ่านเข้ารอบได้ แล้วเราละ ทำไมเราถึงผ่านเข้ารอบไม่ได้ แถมคิดว่าคะแนนคงจะห่วยมากๆด้วย เพราะคะแนนมากสุดอันดับ 3 ได้ 60 กว่าคะแนน แล้วเราละ ไม่เข้ารอบ มันจะได้กี่คะแนนจาก 100…
จะพูดให้มันดียังไง ก็แพ้ครับ แพ้ตกรอบแรก ต่อไปไม่ต้องพูดชมเรื่องคอมกับผมนะ เสียดายคำชมนั้นครับ เอาไปชมคนที่เค้าเก่งๆ กว่าผมจะดีกว่า อายคนที่เค้ามาชมครับ





















February 12th, 2006 on 2:36 PM
พอเวลาผ่านไป เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องเล็กเองครับ โลกคอมพิวเตอร์มันเปลี่ยนทุกวัน การสอบเป็นแค่ snapshot ของช่วงเวลา ชีวิตจริงมันเป็นการสอบแบบเปิดหนังสือได้ และไม่มีจำนวนข้อสอบ ไม่มีเวลา มากำหนด
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม
Khun T
http://thaibaht.wordpress.com
April 18th, 2006 on 7:48 AM
ผม ขอเป้นกำลังให้พี่สู่ต่อไปน่ะครับ
อิอิ … ยังไงก็เก็บไว้เป็นประสบการณ์
มันเหมือนเราให้เรารอบครอบขึ้นในการแข่งครั้งต่อไป