Adobe After Effects CS5 first test

ในที่สุด Adobe ก็ปล่อย CS5 ออกสู่ท้องตลาดเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกันนั้นสำหรับใครที่อยากจะทดลองหรือทดสอบก็สามารถดาวน์โหลดตัว trial ได้จากเว็บ Adobe เองเลย ซึ่งเช่นเคยมีทั้งแบบที่เป็นแพคเกจแยกเป็นชุดทั้ง Pro­duc­tion Pre­mium, Design Pre­mium, Web Pre­mium และแพคเกจใหญ่สุดคือ Mas­ter Col­lec­tion และแบบเลือกโหลดเฉพาะตัว soft­ware ที่ต้องการ สำหรับตัวที่ผมดาวน์โหลดมาทดลองก็คือชุด Cre­ative Suite 5 Mas­ter Col­lec­tion ขนาด 4.45 GB (ตัวเต็มราคาราวๆ 86000 บาท) โดยมีข้อแม้อยู่ประการหนึ่งคือ สำหรับใครที่จะใช้ After Effects CS5 และ Pre­mier Pro CS5 จำเป็นที่จะต้องใช้ระบบปฏิบัติการ 64 บิท จึงจะสามารถใช้ได้ (ผมใช้ Win­dows 7 Ulti­mate x64)

มีอะไรใหม่ใน After Effects CS5

ใกล้เปิดตัวเข้ามาเต็มที่แล้วครับสำหรับ Adobe CS5 ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 12 เมษายนนี้ เพื่อนๆหลายๆคนคงจะได้เห็นฟังชั่นใหม่ของ Pho­to­shop CS5 กันมาบ้างแล้ว ซึ่งจริงๆต้องบอกว่า ผมก็เคยเห็นมาก่อนหน้านี้นานพอสมควรแล้วสำหรับฟังชั่นใหม่ๆที่จะช่วยเรื่องการตัดต่อ หรือคอมโพสิตได้ง่ายยิ่งขึ้น ใครยังไม่เคยเห็นลองดูตามคลิปข้างล่างนี่แล้วกันครับ

A little bit with Z Depth

พอดีวันนี้มีเพื่อนทักมาถามว่าพอจะรู้หรือเปล่าเกี่ยวกับการทำ Depth of Field ในโพสต่อจาก 3D โดยหลักการแล้วผมพอจะรู้ครับว่าเค้าทำยังไงบ้างแบบคร่าวๆ แต่ก็ไม่เคยลองทำดูจริงๆสักที เพราะอย่างแรกเลยคือผมก็ไม่ค่อยได้ไปยุ่งอะไรกับโปรแกรม 3d สักเท่าไร อย่างที่สองก็คงเพราะว่าผมยังไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะไปยุ่งกับมัน เหอๆ อะ แต่ไหนก็ไหนๆ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันทำยังไงกัน ทางเดียวที่จะรู้ก็คือต้องลองดูครับ เดาผิดเดาถูกไป ก็เลยเปิด C4D ขึ้นมาลองเรนเดอร์ออกมาดูครับเลือกเรนเดอร์ออกมาเป็นไฟล์ RPF (3D chan­nel data นั้นสามารถเซฟออกมาได้ผ่านไฟล์ RLA, RPF, Sof­t­im­age PIC/ZPIC, และ Elec­tric Image EI/EIZ for­mats. ) พร้อมกับพก Alpha Channel ติดมาด้วย ดูซิว่าจะต้องทำยังไง

ใช้ .MTS ใน After Effect แล้วเฟรมกระตุก

สืบเนื่องจากผมมีปัญหาคือตัดต่อและทำ After Effect กับไฟล์ฟอร์แมต AVCHD ไฟล์นามสกุล .mts ปรากฏว่าเรนเดอร์ออกมาแล้วเฟรมกระตุก หรือเกิดอาการ frame jump ครับ คือภาพกระโดดไม่ต่อเนื่อง นอกจากนั้นปรากฏว่าตัดต่อลำบากมาก เพราะดูเหมือนว่าโปรแกรมจะต้องเรนเดอร์ หรือคำนวนไฟล์อยู่ตลอดเวลา แล้วก็ไม่สามารถ play­back แบบ real time ใน Pre­miere Pro ได้ (ช่วยได้ระดับหนึ่งในคอมพิวเตอร์ที่แรงๆ แต่ปัญหาเฟรมกระโดดยังอยู่) ลองเปลี่ยนมาเป็น Vegas แล้วก็ยังมีอาการเดิม ทำให้เป็นไปไม่ได้ครับที่จะตัดต่อได้ จะมาตัดต่อใน After ผมก็ไม่ถนัดเพราะว่าพอใส่เพลงด้วยแล้ว Pre­miere ตัดต่อง่ายกว่า ลากเข็มเสียงก็ออกเลยไม่ต้องกด control ช่วย

ปกติ work­flow หรือขั้นตอนการทำงาน ของผมคือ
ถ่าย > โอนไฟล์ลง HDD ลูกที่สอง ที่ไม่ได้ลงวินโดวส์ > แยกไฟล์ที่ใช้และไม่ใช้ และไฟล์ที่อาจจะได้ใช้เป็นโฟลเดอร์ > นำไฟล์มาตัดและเรียงแบบคร่าวๆใน Pre­miere Pro > ส่งต่อโปรเจคไปทำต่อใน After Effect > Ren­der Uncom­pressed For­mat > กลับมาตัดต่อแบบละเอียดอีกทีใน Pre­miere > output

ทีนี้ก็ต้องเปลี่ยนครับ จริงๆแล้วผมลองแปลงเป็น uncom­pressed avi ดูแล้วปัญหานี้หายครับ แต่ผมก็ยังอยากรู้อีกว่า มีทางอื่นอีกไหมนอกจากแปลงไฟล์เป็นพวก uncompressed

ด้วยปัญหานี้ผมจึงไปสืบว่าจะต้องทำยังไง แล้วไฟล์นี้มีปัญหาอะไรทำไมถึงทำให้ทำงานลำบาก ก็ได้ความว่าคร่าวๆว่า…

ขยาย scale ใน After Effect แล้วตัวอักษรเบลอ แก้อย่างไร?

Comp 1

Comp 2

ปัญหานี้จะเกิดเวลาที่เรา pre-compose แล้วเกิดอยากจะขยาย scale แล้วปรากฏว่าตัวหนังสือเบลอ ง่ายๆเลยครับ ให้เปิดใช้ Con­tin­u­ously Ras­ter­ize ซะ ก็จะหายครับ ใช้กับไฟล์ Vec­tor ได้เช่นกัน แต่ใช้มากๆก็อาจจะหน่วงเครื่องหน่อย เพราะโปรแกรมต้องคำนวน point ทุกเฟรม :)

QT H.264, PhotoJPG, Animation, H.264 ที่ว่าต่าง แล้วต่างกันยังไง?

difference

เปรียบเทียบภาพจาก for­mat Quick­Time Movie — Codec คือ H.264 100% qual­ity, Pho­to­JPG 100% qual­ity, Ani­ma­tion 100% qual­ity และ H.264 level 3.1 (5,8) ใช้ภาพเป็นตัวตัดสินแล้วกันครับ ถ้าจะดูว่าอันใหนเหมือนใน After Effect คงเป็น Ani­ma­tion ครับ (ดูเหมือนว่า range ของสีจะเยอะกว่า) เพราะเป็น uncom­pressed image  กด con­tinue reading ด้านล่างเน้อ อิอิ

จะเรนเดอร์ VDO จาก After Effect เซตค่าอย่างไรดี ?

render

Which Ren­der Settings?

วันนี้หลังจากกลับมาจากมหาวิทยาลัยก็ว่างครับ และพอดีกำลังเก็บไฟล์ After Effect ให้เข้าที่เข้าทาง ก็เลยเกิดสงสัยขึ้นมาว่าเอะ… ปกติเค้าเรนเดอร์ภาพกันออกมาฟอร์แมตอะไร codec อะไรกันบ้าง โดยปกติแล้วผมจะเรนเดอร์อยู่สอง-สามอย่าง อย่างแรกคือ Quick­Time Movie — Pho­to­JPG 100% qual­ity ในกรณีที่ต้องการเก็บไฟล์เอาไว้ อย่างที่สองและสามคือ Quick­Time Movie H.264 หรือ H.264 PAL* แล้วแต่กรณีไฟล์ออกมาเป็น .mov กับ .mp4 ตามลำดับ เอาไว้สำหรับอัพโหลดขึ้นเว็บเช่น youtube หรือ vimeo เพราะได้ไฟล์ที่มีขนาดเล็กและคุณภาพดี แต่มีข้อเสียคือ con­trast จะตกลงไป สีสดๆจะดูซีดลง ผมก็เลยลองหาข้อมูลดู ปรากฏว่าก็ไปเจอทิปเล็กๆแต่มีประโยชน์มากจาก blog ของคุณ Andrew Kramer ครับ อาจจะเก่าหน่อย แต่ใช้ได้เสมอ

 1 2 Next