THEM THANKS เป็นหนึ่งในหน้าเว็บของ Justin Blyth (Animator, Designer และ Art Director) โดยส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างชอบเลยทีเดียว ข้างในจะเป็นรวมภาพ ที่สื่อถึงความเป็นอเมริกันชน โลกเสรี เซ็ก ยาเสพติด ชีวิตบุพผาชน สังคมโมเดิร์น วัฒนธรรมโมเดิร์น ความรุนแรง ดนตรีร็อค ฮิพฮอพ ศิลปะ ถ่ายถอดออกมาผ่านรูปภาพสไตล์ปกติบ้าง หรือสไตล์วินเทจ โพราลอยด์บ้าง ผมคิดว่าเราผมได้เรียนรู้วัฒนธรรมอะไรบางอย่างจากรูปพวกนี้เหมือนกันนะ
THEM THANKS: Sex, Drug, Urban Life, Violence, Rock Music
Tank Bomb Composite Tutorial
เก็บเอาไว้เฉยๆก็ไม่มีประโยชน์ ผมเลยเอามาแบ่งปันกันดีกว่า เผื่อจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมาบ้าง เป็นงานในห้องที่ทำไว้ตอนเรียนวิชา composite ตอน ปี 3 ครับ ใครที่เรียน after effect หรือสนใจก็น่าจะได้รับประโยชน์ในขั้นต้นบ้าง…
วิพากย์ Resident Evil 5

สำหรับ ผมนะ เกมนี้เป็นเกมที่ไร้จินตนาการ ไร้ความแยบยลและไร้ความคิดสร้างสรรค์ คือผมก็หวังว่าจะได้เจออะไรที่แปลกใหม่บ้างในเกมนี้ ผมเคยเล่น series นี้เพียงแค่ภาค 2 และ 3 บนเครื่องเพล 1
ในฐานะที่เป็นเกมที่หลายๆคน รอคอย อย่างเพื่อนผมนี่นับวันรอเลย ดูจากคะแนนหลายๆเว็บทั้งจากเว็บและจากผู้เล่นแล้ว ผมคาดหวังกับมันว่ามันน่าจะเป็นเกมที่ดีเกมนึงแต่พอได้เล่นแล้ว ผมผิดหวังครับ ถ้าเกมนี้ออกมาเมื่อ 10 ปีที่แล้วผมคงรู้สึกแปลกใหม่กับมัน แต่ที่ผมได้เจอก็คือความซ้ำซาก และการ remake มุขเดิมๆเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีก ต้องบอกว่าโชคดีที่ก่อนหน้านี้ผมได้เล่น batman asylum ทำให้ผมมีตัวเปรียบเทียบชัดเจน แม้ว่าจะเป็นเกมคนละแนวแต่มันก็มีอะไรแฝงอยู่มากกว่า
คือเวลาผมเล่น เกม ผมจะชอบมองที่ตัวเนื้อของมันประกอบไปด้วยนอกเหนือจากความสนุกที่เกมให้หรือ ความอลังการของกราฟฟิคครับ เหมือนเวลาที่เราดูหนัง หนังตลาดคือหนังที่ทำออกมาแล้วคนชอบแน่ๆยิงกันสนั่นแต่เนื้อเรื่องกลวง กับหนังอีกประเภทที่มักจะมีอะไรแฝงอยู่ในตัวอยู่ในภาพแต่บางคนอาจจะไม่ชอบดู
ขอเริ่มต้นที่ผมบอกว่าไร้ความแยบยล
Leave Me Alone

The concept is about the politic group in Thailand ; Red Shirt, Yellow Shirt and Soldier and people who is in the middle that don’t wanna join any group but sometimes they were forced to believe by some bullshit media.
Crying for My Nation

Color on the face refer to the color on Thailand Flag
Red = Nation
White = Religion
Blue = King
Sometimes thing make me sad
Tuesday August12, 2009@6:12 AM
ผมพึ่งวางสายจากแม่ไปเมื่อสักครู่นี่เองครับ โทรไปเมื่อตอน 6 โมง ปรากฏว่าแม่นอนอยู่ ไอ้ดุลนี่มันเลวจริงๆกวนได้ทุกคนไม่เว้นแม้แต่แม่ตัวเอง – -” ก็ทักทายกันตามประสากุลบุตรทักทายมารดรผู้เคารพรักครับ ไม่ได้เจอหน้ากันหลายเดือนย่อมคิดถึงกันเป็นธรรมดา ผมมักจะหยอกล้อเสมอว่า คิดถึงอะดิ้้้ถึงโทรหาเวลาแม่โทรมา และก็มักจะบอกว่าคิดถึงเวลาโทรหาแม่เช่นกัน ปกติก็แม่ก็โทรหาผมอยู่เป็นปกติอยู่แล้วครับ จริงๆเมื่อตอนเที่ยงคืนก็โทรมานะ ราวกับว่าอยากจะบอกให้รู้ว่านี่เป็นวันแม่ B) เช้านี้ผมก็เลยโทรไปซะเลย แม่ถามว่าโทรมาทำไม ผมก็บอกว่า “ลืมไปแล้วหรือเปล่า วันนี้วันอะไร?” ว่อออ ไม่ธรรมดาจริงๆ ก็พูดกันไม่มากครับ มันยังเช้าอยู่ แม่ผมจะนอนต่อก็เลยวางสายไป? ส่วนผมก็เลยเปิด notepad ขึ้นมาพิมพ์อะไรซะหน่อย ประเดิมแรกรุ่นอรุณเช้า มะลิบาน ตะวันฉาย พฤกษาเอน วายะโชย ฤทัยเย็น
จริงๆต้องบอกก่อนว่าผมยังไม่ได้นอนครับ (เหมือนเมื่อวาน) เพราะฉะนั้นก็อาจจะมีข้อความที่พิมพ์แล้วอ่านไม่เข้าใจอยู่บ้าง เหมือนเมื่อวานครับผมไปเยี่ยมเพื่อนมา โดยเพื่อนที่ต้องบอกว่าเราให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คงจะไม่พ้นแพร เมื่อเช้าของเมื่อวาน ผมก็ไปบอกกับอาจารย์ที่คณะเรียบร้อยแล้ว ทางอาจารย์ก็ตกใจครับ ว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า เรื่องเรียนนะเอาไว้ก่อน ให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเอง เอาตัวเองให้รอดก่อนสำคัญกว่าครับ ทางสาขาเองระหว่าง คอมอาร์ตกับ นิเทศศิลป์ก็คงจะสื่อสารกันนะครับ ว่าลูกๆของตนประสบอุบัติเหตุ ส่วนเพื่อนๆเองก็เป็นห่วงครับไม่แพ้กัน มีเพื่อนที่จะไปเยี่ยมแต่ยังสับสนเรื่องโรงพยาบาลว่าจะมีการย้ายหรือเปล่า ยังไง ส่วนเพื่อนที่ไปกันก่อนปรากฏว่าก็ไม่ได้เจอ เพื่อนที่ไปก่อนก็มีกลุ่มเจ้ แมน อ้อยครับไปกันก่อน ส่วนผมเอง หนุ่ยโชคชัยอาร์ม จริงๆว่าจะไปกันช่วงบ่ายแต่เพราะเรื่องความสับสนนี่แหละเลยไม่ได้ไปกัน สุดท้ายผมได้ไปตอนประมาณ 2-3 ทุ่มครับ ที่ รพ เซ็นเคาลอส










