Category Archives: Blog


Permalink to LiteStep

LiteStep

WARNING: LiteStep is not for the novice computer user. LiteStep is one of the most powerful applications you will ever use for Windows. If you are afraid of opening a text file DO NOT DOWNLOAD THIS. Be prepared to put in hours of work on the smallest of details. Be prepared to get a divorce or disowned by your family for not spending time away from your computer. LiteStep is just as addicting as the best game you will ever play.

ไปเจอคำ เตือนนี้มาจาก http://www.litestep.net/index.php?section=4&action=view&catId=1&id=1877 รู้สึกโดนใจจริงๆ แต่ก่อนผมก็ใช้นะ LiteStep มันดีอย่างที่เค้าบอกจริงๆ แต่เราก็เสียเวลากับมันมากจริงๆ ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้ว เพราะว่า ด้วยหลายๆเหตุผล ครั้งนึงผมเคยทำสคริปแค่เวลาคลิกขวา จาก หัวค่ำ ถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ฮาๆ

อย่างว่าครับ เพื่อความสวย เพื่อความพอใจ


Permalink to รับน้องงงง

รับน้องงงง

ช่วงนี้ที่คณะมีรับน้องกัน ก็ึคงจะรับเป็นเวลาหนึ่งเดือนตามปกตินะแหละมั้ง

แปลก ใจตัวเองเหมือนกัน ว๊ากเกอร์ลงทีไรทำไมเรารู้สึก เหมือนน้ำตาคลอทุกที -*-? คงจะเป็นเพราะว่า ความประทับใจของวันรับน้องวันสุดท้ายละมั้ง ที่ยังพอจะจำบรรยากาศของวันนั้นได้

นึกไปถึงตอนนั้นจำได้ว่าพี่ที่ นั่งดูข้างๆ หัวเราะกันใหญ่ มาวันนี้เรารู้แล้วว่าเค้าหัวเราะอะไรกัน เพื่อนที่เป็นว๊ากเกอร์บางคน ขนาดมันเป็นเพื่อนเรา เรายังไม่กล้าเข้าไปคุยกะมันเลย – -”

.

.

.

หมด และ ตอนนี้ตี 3.45 ช่วงนี้นอนดึกมันทุกคืน บางวันก็ไม่ได้นอนไปเรียน เช่นวันที่ผ่านมานี้เป็นต้น คืนนี้ได้เพลงมาใหม่สามชุด คงฟังไปยาวถึงเช้า เพลง you’re beautiful – Marcela Mangabeira ร้องได้เพราะมากกกกก อะ

ไปละคับ? : )


Permalink to ว่าด้วยเรื่องของเสียงอีกรอบ

ว่าด้วยเรื่องของเสียงอีกรอบ

คนในวงการเค้าว่ากันว่า มีเงินน้อยก็อย่าไปฟังลำโพงที่มันแพงเกินงบ ลำโพงที่บ้านราคาครึ่งหมื่น ก็อย่าริไปฟังลำโพงราคาหลักหมื่น ครึ่งแสน หรือเรือนแสน เค้าว่าถ้าได้ฟังแล้วจะเกิดอาการหูเสียขึ้นมาทันที กินไม่ได้ นอนไม่หลับเลยทีเดียวถ้าคนๆนั้นไม่รู้จักคำว่าพอ ความรู้สึกมันประมาณว่าคุณเคยกินอาหารรสอร่อยที่สุดในชีวิตพอกลับมากินข้าว ที่บ้าน จากที่มันเคยอร่อยข้าวนั้นมันก็กลายเป็นข้าวธรรมดาไป ปัญหาจะมีตรงนี้แหละครับ เสียงนั้นยังจะคงตราตรึงใจไปจนกว่าเราจะลืม

จาก วันแรกที่ผมลองมาเล่นเรื่องเสียงดูเพราะหวังว่าจะหาอะไรมาผ่อนคลายจิตใจ ฟังเพลงให้สมองได้พักผ่อน ซึ่งมันก็จริงครับ เวลาเราไปเรียน พอจะกลับเรารู้สึกว่า เราอยากจะกลับมาฟังเพลงที่ห้องอะ ท่อนเพลงๆนี้ยังค้างคาอยู่ในความรู้สึกของเราอยู่เลย พอเราลองฟังไปเรื่อยๆเข้า เราก็เริ่มจะพอรู้เรื่องกับเค้าและ จากคนเล่นมือใหม่ไม่มีความรู้ก็พอจะรู้กับเค้าบ้าง ลำโพงผม ต้องบอกก่อนว่าก็แค่ลำโพงคอมธรรมดาชุดนึง ชุด 5.1 ราคาครึ่งหมื่นเท่านั้นเองครับ ไม่ได้วิเศษอะไร จุดเด่นของมันมีอยู่ที่เบส เบสหนักแน่นพอสมควร แต่ขาดรายละเอียดในช่วงเสียงสูง ฟังแล้วเพลงมันไม่หวานครับ ผมก็ลองศึกษาดู ก็หาทางออกเจอโดยการเปลี่ยนสายใหม่ สายเดิมห่วยๆทำจากอะไรก็ไม่รุ้ ก็คือเป็นทองแดงเกรดต่ำหน่อยครับ ผมไปใช้สาย ทองแดงเคลือบเงินของ monitor รุ่น studio silver ราคาไม่แพงมาก ถือว่าไม่เกินตัวลำโพงและไม่เกินตัวเรา เมตรละประมาณ 250 บาท เป็นทองแดง OFC ถูกรีดอากาศออกในขั้นวิธีการทำ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนครับว่าทองแดงจะให้เสียงทุ้ม เสียงทุ้มจะเดินทางไปในเส้นตรงได้ดีก็ตามทองแดงนั่นแหละ ส่วนเสียงแหลมหรือความถี่สูงๆจะไปตามพื้นผิวได้ดี ทีนี้เค้าก็ใช้เงินเคลือบ ตามวิทยาศาสตร์แล้วเงินนำไฟฟ้าได้ดี และเร็วกว่าทองแดง เมื่อเอาไปเคลือบผิว จึงทำให้เสียงนั้นเดินทางเร็วขึ้น ความแหลมจึงเด่นขึ้นมาครับ (นอกจากนี้แล้วยังมีตัวนำอื่นๆ เช่นเงินเพียวๆ เมตรละเป็นหมื่น หรือทองคำใช้เคลือบตาม jack ต่างๆ สายแพงๆแพกเกจละเป็นแสนก็มีครับ)

พอได้มาฟังเบิรนไปสองสามวัน ลักษณะเด่นมันออกครับ เสียงหวานใสขึ้น อย่างเห็นได้ชัด เพลงที่ผมชอบอย่าง closer ของ travis นี่หวานได้ใจ เบสถูกลดลงไปจากเดิมเบสแข็งๆก็นุ่มลง สุภาพมากขึ้น ลึกลงไปอีก ฟังแล้วรู้สึกมีความสุขกว่าเดิม แต่ว่า… มันก็ยังขาดอีกส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ผมชั่งใจตอนนี้คือ สายสัญญาณว่าจะซื้้อดีหรือเปล่า คือเล่นทั้งทีก็อยากให้ได้ทุกส่วนเลย ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเอาดีใหม แต่คงไม่รอด ที่ผมเล็งไว้คือ kimber รุ่น hero ตัวนี้เมตรละ 1200 คงซื้อแค่ครึ่งเมตรครับ + กับ พวก jack mini jack rca แล้ว รวมกันก็คงราวๆ 1400-1500 บาท ไม่รุ้ว่ามันจะคุ้มกันหรือเปล่า แต่ถ้าไม่ซื้อมันก็จะเป็นแบบนี้ มันค้่างคาใจ ยิ่งรู้มากยิ่งอ่านมากมันยิ่งค้างคาครับ ยิ่งรู้ว่ามันดียังไงเราก็ยิ่งอยากได้ เค้าเรียกว่าทุกข์ของคนเล่นเครื่องเสียงที่ไม่รู้จักพอ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือผม

เหอๆ…


Permalink to อิสระทุกการค้า เสรีทุกการขาย

อิสระทุกการค้า เสรีทุกการขาย

ทุกวันนี้ อะไรๆก็อินเตอร์เน็ตครับ เหมือนกับว่าโลกได้ถูกย่อลงมาให้เล็กลง ห้องสมุดถูกย่อขนาดจากอาคารสถานขนาดใหญ่ เป็นเครื่อขายโยงใยกันทั่วโลก แต่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย

คำว่าอิสระทุกการค้า เสรีทุกการขาย ก็เช่นกัน มีอยู่ในอินเตอร์เน็ตด้วย ถ้าจะกลับไปดูในอดีตยุคสุโขทัย ก็คงเป็นดังคำว่า “ใครใคร่ค้าช้างค้า ใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าเงือนคำทองค้า ” ซึ่งพ่อขุนรามคำแหงมหาราช จารึกไว้บนหลักศิลาจารึก แต่การค้าในปัจจุบันไม่ใช่การค้าแบบของแลกของแล้ว แต่เปลี่ยนมาใช้เป็นเงินตราแทน ไม่กี่วันมานี้ผมก็มีการซื้อขายบนอินเตอร์เหมือนกัน อันที่จริงไม่ใช่ครั้งแรก ผมเคยซื้อของขวัญจากจีนให้เพื่อนผ่านทาง ebay มาแล้วครั้งนึง และเคยซื้อ e magazine ทางอินเตอร์เน็ตมาแล้วเช่นกัน ทั้งหมดผ่านขั้นตอนบนอินเตอร์เน็ตครับ ด้วยระบบ paypal ผ่านทางบัญชีธนาคาร
ขั้นตอนก็ไม่ยากอะไรเหมือนแต่ก่อน ปัจจุบันมีแค่บตร atm กับเงินในบัญชีก็สามารถทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ตได้แล้ว

เมื่อ เย็นวันนี้ผมขายเมนบอร์ดกับแรมไปครับ โดยลูกค้าโอนเงินมาก่อน ผมไปเชค และก็ส่ง ems ไปให้ ผมไม่เคยไปส่งของมาก่อนเลยใช้บริการของเอกชน ไม่รู้ว่าเค้าชาร์จ เลยโดนไป หลายตังอยู่ หักลบราคาที่ขายไปแล้ว จะว่าไม่คุ้มก็ได้ครับ เหอๆ เพราะบางอย่างราคาเป็นร้อยบาทเลย สำหรับค่าส่ง ไว้ครั้งหลังคงไปส่งที่ไปรษณีดีกว่า คงจะถูกลง เพราะผมลองไปเชคดูที่เว็บไปรษณีดูแล้ว 40 กรรม จะราคาประมาณ 32 บาท แต่วันนี้ผมจ่ายไป 40 บาท โดนไป 8 บาท ส่วนอีกอัน 1700 กรรม โดนไป 125 บาท จากราคาที่น่าจะเป็นอยู่ราวๆ 90 กว่าบาท แต่ก็เอาเป็นว่า เอาสดวกแทนละกัน เพราะถ้าผมไปที่ไปรษณีจะโดนค่ารถไปกลับอีก 20 บาท

หลังจากนี้ก็คง มีซื้อขายอีกเรื่อยๆ ผมขายผมมั่นใจว่าไม่โกง แต่บางทีจะซื้ออะไรทางอินเตอร์เน็ตก็ต้องระวังหน่อย ใครจะมั่นใจได้ว่าคนที่เราโอนเงินให้เค้าจะไม่โกงเราละจริงใหมครับ ถ้าโกงขึ้นมาก็แย่เลย ยุ่งยากไปใหญ่ครับ ถ้าเป็นไปได้คนที่เราซื้อด้วยก็อยากจะเจอกับเค้าตัวจริงๆเลยมากกว่า ที่ผมซื้อขายมานี่ก็ประมาณ 4 ครั้งแล้ว ยังน้อยอยู่ครับ ขายไป 2 ครั้ง ซื้อ 2 ครั้ง แต่ตอนซื้อเจอตัวคนขายหมด ยังไม่เคยซื้อแบบโอนเงิน แต่ก็ต้องมีแหละ เพราะผมกะว่าจะสั่งซื้อ thermal compound อยู่ หลอดละ 250 แต่ถ้าไปหาซื้อเองจะอยู่ที่หลอดละเกือบ 400 บาท เลย มันเอาไว้หยอดใส่ cpu ก่อนที่จะติดพัดลม cpu ครับ เพื่อนำความร้อนจาก cpu ไปที่ตัวพัดลมอีกทีนึง ถึงแม้ว่าอุณภูมิจะไม่ได้ต่างมากมาย แต่มันก็ลดนะ 2 – 3 องศาเป็นอย่างต่ำครับ


Permalink to อัพเกรดคอมนิดหน่อย…

อัพเกรดคอมนิดหน่อย…

ตอนนี้คอมมีปัญหาเรื่องความร้อนครับ ร้อนเข้าขั้นยิ่งกว่าตอนที่ใช้ P4 3.0E รหัส E ตามหลังเป็นตัวบ่งบอกถึงความร้อนแรงครับ ว่าร้อนแค่ใหน idle ที่ 60-70 องศา เมื่อเล่นเกมไม่ต้องพูดถึงเลย

แต่ตอนนี้เวลาผ่านไป คอมชุดแรกของผมถูกขายแยกชิ้นเป็นสิ้นค้ามือสองไปหมดแล้ว เพื่อเอาเงินมาสมทบซื้อชุดใหม่ ที่กำลังใช้อยู่นี้ เวลาผ่านไปก็ราวๆปีนึงแล้วครับ ก่อนหน้านั้น ไม่เคยมีปัญหา แต่ด้วยความที่ทุนน้อย จึงได้คอมชุดประหยัด บอร์ดขนาด m-ATX เมื่อต้องใส่อะไรเข้าไปเพิ่มเกินกว่าที่ควรมันก็มีปัญหาครับ

ตอน นี้ผมใส่ซาวน์การดเข้าไปเพิ่ม ผลปรากฏว่า การ์ดจอโดนผลกระทบไปเต็มๆเพราะไม่มีพื้นที่หายใจหายคอ จากแทนที่จะดูดอากาศเย็นจากด้านล่างขึ่นไปกลับกลายเป็นดูดความร้อนจาก soundcard ขึ้นไปแทน ผลก็คือ การดร้อนขึ้นจากเดิมมากครับ จากเดิม idle ที่ 60 องศา ปัจจุบันขึ้นไปที่ 80 องศา และ full load คิดว่าเฉียดร้อย องศาไปนิดหน่อยเท่านั้น? มันเป็นปัญหาครับ เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของการ์ดจอเราลดลง รวมทั้งกะจะเอาไปขายต่อด้วย

ก็ ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงครับ กะจะเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่ไปใช้ Abit AX78 ชิพเซตใหม่ซะด้วย เป็นบอร์ดขนาด Standard ATX ราคาไม่แพงมือหนึ่งขายที่ 3100 แต่คาดว่าจะหาซื้อของมือสองสภาพใหม่แทน ก็ช่วยเซพเงินไปได้น่าจะ 1-200 บาทครับ? อีกอันนึงคือคิดว่าจะเอา HDD เก่าเดิมที่มีอยู่สองตัวคือ 80gb + 320gb ไปแลกเป็น 500gb ครับ ของ WD buffer 16mb เลย ถือว่าคุ้มครับ ไม่เสียเงินสักบาท แถมได้ของใหม่ขนาดใหญ่กว่าเดิมด้วย แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ 250gb สองตัวมากกว่า เพราะเราสามารถนำไปต่อ raid 0 ได้ครับ ถ้าสงสัยว่า raid 0 คืออะไร พูดง่ายๆคือมันคือการเชื่อม hdd 2 – 4 ตัวเข้าด้วยกันให้ระบบมองว่าเป็น hdd ตัวเดียวครับ จะทำให้ hdd เราทำงานเร็วขึ้น *2 รับรองว่าเร็วกกว่าเดิมแน่นอน แต่ข้อเสียของมันคือถ้าเกิดว่า raid หลุด ข้อมูลใน hdd ทั้งสองลูกจะหายหมดครับ เพราะว่า hdd 2 ตัวต่อกันอยู่

ตอนนี้ขอเอา แค่นี้ก่อน ยังมีโปรเจคอื่นๆอีก โดยมากจะเป็นการขายของเก่า เพื่อเอาเงินไปซื้อของใหม่ครับ เช่นการ์ดจอ ที่รอวันเปลี่ยนอยู่ คงขายได้ราวๆ 3 พันบาท PSU 375 watt ก็น่าจะได้ราวๆ 1400 บาท อันนี้ผมจะเปลี่ยนไปใช้ไฟ 500watt แทนครับ

ช่วงนี้อะไรประหยัดได้ก็ ขอประหยัดไว้ก่อน เก็บไปซื้ออย่างอื่นครับ อุปกรณ์คอมตราบใดที่เป็นของที่มีคนนิยมและยังมีประกันอยู่ก็ไม่ใช่ปัญหา? ถ้าคิดว่าในอนาคตจะขายต่อก็เก็บกล่องและอุปกรณ์เอาไว้ดีดีจะเรียกค่าตัวได้ บ้างนิดหน่อย หรือลดโอกาศที่จะถูกต่อรองลงได้บ้าง


Permalink to ว่าด้วยเรื่องของเสียง…

ว่าด้วยเรื่องของเสียง…

ก็ไม่รุ้ว่าอะไรดลใจนะครับ อยู่ๆถึงคิดอยากจะได้ชุดเสียงทั้งๆที่แต่ก่อนก็ไม่เคยให้ความสนใจกับมันเลย ใช้ลำโพง 2.1 ธรรมดาฟังเพลง mp 128kbps ธรรมดา กับ sound on-board ธรรมดารายละเอียดเสียงไม่ได้มีดีอะไร ก็พอฟังได้

แต่อยู่มาวันนึง ผมก็มาให้ความสนใจมันเข้า อยู่ๆก็อยากจะฟังเพลงเพราะๆ รายละเอียกครบ ดูหนังก็ได้ความสะใจ เล่นเกมก็ได้ความสมจริง ก็เลยตัดสินใจหาซื้อลำโพง 5.1 ครับ เพราะปกติดูแต่หนัง dvd อยุ่แล้ว 6 channels เริ่มแรกก็หาที่ศึกษาก่อนครับ ตามเว็บนู้นเว็บนี้อ่านคำวิจารณ์บ้างอะไรต่างๆนานา ตามเรื่องตามราว คือปกติเวลาผมจะซื้ออะไรก็มักจะศึกษาก่อนนะครับ

หลังจากที่ เก็บเงินมาได้พักใหญ่ ตอนนี้ผมก็ได้ชุดเสียงครบชุดแล้ว คิดว่าครบแล้วนะ แต่ยังไม่จบแค่นั้น ยังมีอีกหลายอย่างแต่เอาไว้ก่อนครับ เอาตังไปใช้อย่างอื่นบ้าง

สำหรับตัวลำโพงเป็นของ Microlab รุ่น X3 ชุดนี้จะว่าไปก็ไม่ถูกไม่แพงครับ ตามราคาแล้ว 4800 บาท ที่ว่าไม่ถุกเพราะมีถูกกว่านี้ หรือราคาไกล้เคียงกัน ตัวเก่าผมใช้ของ saag ถูกๆเป็นลำโพง 2.1 ตอนนั้นซื้อมา เมื่อตอน ม. 5 8-9 ร้อยบาทตอนนี้รู้สึกราคาจะอยู่ประมาณ 5-6 ร้อยบาทครับ

แล้วที่ว่า ไม่แพงก็เพราะถ้าเทียบกับพวกแบรนด์ชั้นนำตัวอื่นๆแล้วต้องบอกว่าถูกกว่าเยอะ เช่นของ Bose C5 หรือ Z5550 พวกนั้นราคาประมาณ 2 หมื่น 5 (ซึ่งจะว่าไปแล้วคอมพวกนี้ ไม่ว่าจะ analog หรือ digital? มันก็ถูกกว่าลำโพง high ended ที่ใช้กับชุด home theater อยู่ดี เพราะพวกนั้นราคาเกิน 5 หมื่นบาทจนถึงหลักแสนขึ้นไป ) แต่คุณภาพผมคิดว่าคุ้มนะ ตามห้องเล็กๆของผมนี่ไม่ได้ใหญ่อะไรแต่ก็เล่นเอาดังได้แล้ว จะเล่นแพงกว่านี้มันก็เกินตัวครับ ไว้มีงานทำหาเงินได้ก่อนค่อยไปใช้ลำโพง digital ผมเปิดเสียงที่ 12 นาฬิกา เปิดเสียงใน winamp ที่ 9 เปอเซ็นก็ดังมากแล้วสำหรับชุดนี้

มีลำโพงแล้วก็ยังไม่พอครับ ต้องมีตัวต้นเสียงที่จะแปลงเสียงมายังลำโพงก็คือ sound card โดยปกติทั่วไปแล้วเมนบอร์ดเราจะมี soundcard มาให้พร้อมแล้วครับ ทั้งแบบ built-in และแบบเป็น soundcard แยกออกมา แต่จะอย่างไรก็ตามมันก็ยังเทียบไม่ได้กับ soundcard ที่เค้าทำขายแยกแท้ๆอยู่ดี สำหรับตัว soundcard ผมได้ x-fi extreme music มาครับ 3000 ไม่แพงนะ เป็นของมือ 2 อีกที แต่สภาพยังใหม่อยู่เลย อันที่จริงมันก็ยังมีดีกว่านี้อยู่ครับ ทั้งตัวรุ่น top ของ creative เองหรือจากยี่ห้ออื่นเช่น asus sonar หรือ onkyo ตัวหลังนี่เปน bigname ในเรื่องชุด home theater ครับ เร่ืองเสียงถ้าเอามาฟังเพลงดีแน่นอน แต่ creative ได้เปรียบเจ้าอื่นดีเกมครับ เกมในสมัยใหม่จะมีสิ่งที่เรียกว่า EAX ซึ่งปัจจุบันพัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 5.0 แล้ว ใช้กับซาวนของ creative เองใช้ตัวนี้ครับ แต่ว่าเจ้าอื่นๆเป็น 2.0

ถามว่า EAX ให้อะไรเราเวลาเล่นเกม มันเป็นการจำลอง sound environment ครับ เช่นใน bf2 จะมีใครเคยได้ยินเสียงลม เสียงทะเล เสียงกระสุนแหวกอากาศบ้าง ถ้าใช้ on-board ไม่เคยครับ จริงๆมันก็มีอะไรมากกว่านั้นนะ แต่ผมอธิบายไม่ถูก

สรุป สิ่งที่ผมได้ละกัน ผมได้ฟังเพลงที่มีเนื้อรายละเอียดดีขึ้น ทั้งจากที่เกิดการปรับแต่งขึ้นมาและเสียงแบบเพียว เบสเปนเบส มาเปนลูกๆเน้นๆ เสียงกลองได้ยินชัดเจน การแยกเสียงซ้ายขวาหน้าหลังก็ทำได้ดีครับ ถ้าถามว่าคุ้มใหม ไม่รู้ครับ ผมตอบไม่ได้ แต่ว่ามันได้ความสุขทางใจ

ต่อไปถ้ามีตังก็อาจจะเปลี่ยนสายไฟเดิมไปใช้สายที่มีราคาหน่อยได้ไม่แพงมากเอาสักเมตรละ ร้อยก็ยังดี


Permalink to OK… I decided!

OK… I decided!

ลงทะเบียนไปเรียบร้อย 3 วิชา โดนไป 12220 เป็นวิชานอกคณะทั้งหมด จึงถูกลงมา ถ้าเป็นวิชาคณะก็คงจะราวๆ 3 หมื่นได้ วิชาละเกือบหมื่นเลย

ที ลงไปมี Thai Politic / Government แปลเป็นไทยว่า การเมืองไทยและรัฐบาล แปลจากไทยเป็นไทยอีกทีได้ว่า การเมืองและการปกครอง อันเป็นคณะที่ครั้งหนึ่งผมเคยเอ็นทรานซ์ติดด้วย นั่นเอง

วิชาที่ สองอยู่ในหมวดหมู่ของกฏหมายครับ Introduction to Law แปลง่ายๆว่า บทนำว่าด้วยเรื่องของกฏหมาย จริงๆแล้วผมอยากเรียนอีกตัวนึงมากกว่า คือ Information Technology Law ชื่อยืดยาวแต่ตีความง่ายๆ ว่า กฏหมาย IT นั่นเอง ดูเหมือนเป็นวิชาใหม่ เพราะประเทศเราก็พึ่งมีกฏหมายด้านี้ มาได้ไม่นานนักครับ แต่ติดตรงทีว่าวิชานี้ดันมีหน่วยกิจไม่ถึงตามที่กำหนดไว้ จึงต้องผ่านไป

อีก วิชานึงอยู่ในหมวดหมู่ภาษาไทย อันที่จริงผมมักจะไม่ถูกกับภาษาไทยสักเท่าไร แต่ก็ต้องเรียนครับ เป็นวิชา Thai Language for Communication คือภาษาไทยเพื่อการสื่อสารนั่นเอง ก็ไม่รู้ว่าจะัเป็นยังไง

ติดตามดูอีกทีครับ ;)

มัน ก็เป็นเช่นนี้ ได้อย่างก็เสียอย่าง ได้ลงทะเีบียนเรียน แต่ LCD S-IPS ผมที่อยากได้มานานก็อดไปครับ เลิกผลิตไปแล้วด้วย รุ่นใหม่ที่ผลิตมาแทนดันเป็น TN Panel ซึ่งมันไม่ดีพอครับ ตามที่ผมต้องการ จะมีอีกทีก็ข้ามไปที่รุ่น 24 นิ้ว ตรงนั้นราคา นิ้วละพัน ไม่ไหวครับ เกินตัวพอสมควร

ตอนนี้จะมีหวังก็กับชุดลำโพงครับ เก็บตังซื้อเองละกันอันนี้ แต่คงต้องได้เงินที่เสียไปก่อน เมื่อกลางเดือนผมเสียเงินที่ผมไม่จำเป็นต้องเสียไป 4000 บาท ไม่รู้ว่าจะได้คืนเมื่อไร คงต้องดูกันอีกที เหอๆ

Page 15 of 20« First...10131415161720...Last »

Contact Me

Thanks! Your email was successfully sent. I check my email all the time, so I should be in touch soon.

There was an error sending your message. Please try again later.

Sending your message...