หนึ่งพยางค์คำว่า "รัก" ไร้ความหมาย...

เรื่องหัวใจนี่ มันพูดยากนะ ผมพูดมาตลอด และเสมอกับคนที่ผมรู้จักว่าผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนนะ ถึงแม้ว่าจะเคยมีคนบอกรักผม แต่นั่นมันก็สั้นเหลือเกิน เป็นรักที่เกิดขึ้นเพียงข้ามคืนและเมื่อตื่นเช้ามาทุกอย่างก็เปลี่ยนไป มันไม่ถึง 12 ชม ด้วยซ้ำ  แต่เรื่องมันก็ผ่านมาพอสมควรนะ ตอนนั้นผมยังอยุ่ ม 5 หรือ ม 6 ตอนเทอมแรกเองมั้งครับ จำไม่ได้แล้ว

มันเป็นเรื่องที่พูดไปอาจจะดูแปลกที่การพยายามจีบสาวมาตลอด ตั้งแต่ ม1 ถึงตอนนี้เป็นเวลากี่ปีแล้วละ 6 7 8  8 ปีแล้วผลที่ออกมาคือ 0.5 กับคนที่รักผมแต่ผมให้สิ่งนั้นกลับไปที่เค้าไม่ได้อีก 2 คน มันแปลกนะ อาจบางทีเป็นเพราะผมให้สิ่งๆนั้นกับใครๆมากไป ผมเป็นพวกที่อดไม่ได้ที่จะพูดถึงมัน ต่อให้เจอกันและพึ่งจากเมื่อตอนเย็น หลังจากนั้น 2–3 ชม ถ้าผมได้โทรไป ผมก็ยังมีความรู้สึกที่อยากจะบอกเค้าอยู่ตลอดเวลาว่า คิดถึงนะ รักนะ  สำหรับคนอื่นอาจจะคิดว่าคำพวกนี้ควรจะเก็บไว้พูดในโอกาศพิเศษ อาจจะเพื่อความโรแมนติก หรือ เพื่อให้มันดูแล้วสำคัญมากกว่า แต่กับผมมันตรงข้ามนะ ผมรุ้สึกวาผมรักเค้ามากกว่าเดิมทุกครั้ง มากกว่าเดิมทุกวินาที แล้วมันเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ไม่ได้ครับ อึดอัด อยากพูดคำๆนั้นอยู่ตลอดเวลา และที่ผมพูด ผมพูดจากใจนะ ไม่ใช่อยากพูดก็พูด แต่เป็นสิ่งที่ออกจากใจจริงๆ แม้แต่กับแม่ผมซึ่งเห็นหน้ากันทุกวัน บางทีผมอยู่เฉยๆก็จะถามแม่ตลอดว่า รักผมใหม ไม่ใช่เพราะคิดว่าแม่ไม่รัก แต่ผมมีความสุขนะ เมื่อได้ยินคำนั้น ถึงแม้ว่าแม่จะไม่เคยพูดตรงๆว่ารักก็เถอะนะ แค่ได้ถามก็สุขใจแล้ว

กลับมาเรื่องเดิมอีกครั้ง คือผมอยากให้เค้ารู้นะว่าในใจเรามีเค้าอยู่ ถึงแม้ว่าเค้าอาจจะไม่อยากจะฟังมันก็ตาม บางทีมันอึดอัดมาก ถ้าไม่ได้พูดคำนั้นออกมา บางทีผมเดินวนไปวนมา หรือนั่งนึกไปนึกมาแล้วหยิบเจ้าโทรศัพมือถือเพื่อที่จะโทรไปหาเค้า เพียงเพื่อที่จะพูดว่าคิดถึงนะ ผมเป็นแบบนี่จริงๆ ไม่รุ้ซิ ผมไม่ใช่คนที่ขาดพ่อแม่นะ กลับกันผมมีพร้อม พ่อแม่น้องสาว แต่ทำไมรู้สึกเหมือนขาดความอบอุ่นก็ไม่รู้ ก็คงเพราะผมไม่เคยมีคนที่รักผมนอกเหนือจาก 3 คนข้างต้นก็เป็นได้
ผมเคยคิดนะ ทุกวันๆที่เราพยายามจีบใครสักคน แล้วถ้าเกิดว่าวันใดวันนึง เค้ารักเราขึ้นมา ผมจะทำยังไง ผมมีความรู้สึกว่า ผมจีบคนได้ ให้ความเป็นห่วงเป็นใย เทคแคร์ได้ แต่นั่นมันเหมือนเป็นหน้าที่ที่คนที่จีบใครสักคนเค้าทำกัน แต่ถ้าผมได้เป็นแฟนเค้าละ หน้าที่ในฐานะแฟนซึ่งผมไม่เคยเป็นมาก่อน มันจะเป็นยังไงนะ คือถ้าเค้าเป็นแฟนเราแล้ว เราก็ไม่ต้องจีบเค้าและซิ แล้วเราจะแสดงออกยังไงละที่นี่ เพื่อที่ให้เค้ายังรู้อยู่ว่าเรารักเค้าเหมือนเคยนะ ไม่ใช่พอได้แล้วทิ้งไม่ให้ความสำคัญ ผมนึกภาพนั้นไม่ออกจริงๆ

ผมก็ลองดูนะ จากเพื่อนที่อยุ่คอนโดกับผม เค้ามีแฟนแล้วซึ่งแฟนหวงมาก หึงด้วย จะไปใหนก็ต้องบอกตลอด ถ้าไม่บอกปุบ ติดต่อไม่ได้ปุบ เอาละเริ่มมีปัญหาและ ต้องคอยเคลียกันอยู่เวลา ซึ่งผมคิดว่าตกลงมันใช่ความสุขจริงๆหรือเปล่า ในเมื่อเรารักกัน เราจะไม่ไว้ใจกันหรอ ผมเคยคิดนะ ว่าถ้าผมมีแฟน นิสัยเดิมๆของผมคือชอบมองสาวๆ สวยๆ หุ่นดีดี มันก็คงไม่แปลกมั้ง ผู้ชายเป็นแบบนี้คงไม่แปลก ถ้าผมมองผุ้หญิงซิแปลก ผมคิดว่าเนี่ยผมมองผมก็ไม่ได้คิดอะไรนะ ไม่ได้มองแล้วคิดจะไปจีบ แต่ในทางกลับกัน ถ้าแฟนผมจะทำอะไรทำนองนั้นบ้าง ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และก็คงไม่สบายใจถ้าเป็นแบบนั้น ตอนแรกผมคิดแบบนี้นะ แต่พอนึกไปนึกมา นี่เราเอาเปรียบเค้านี่หว่า เห็นแก่ตัว สิ่งที่มันควรจะเป็นก็คือเลิกนิสัยนี้ซะ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหา เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา คือเค้าทำเราไม่สบายใจ เช่นกันถ้าเราทำเค้าก็คงไม่สบายใจ สุดท้ายเจอกันครึ่งทาง น่าจะเป้นทางออกที่ดีที่สุด บางครั้งเราก็อาจจะต้องเสียบางอย่างไปเพื่อบางอย่าง ครั้งนึงผมอาจจะเห็นสาวๆน่ารักแล้ว โอ๋ โลกนี้น่าอยู่จังเลย แต่ถ้าเรามีแฟนแล้ว เธอคือคนที่ฉันรักที่สุดแล้ว เพราะถ้าไม่รักก็คงไม่จีบ แล้วจะไปสนใจคนอื่นทำไม กว่าจะได้รู้จักกัน กว่าจะจีบติด มันเหนื่อยนะ เหนื่อยมาก เพราะฉะนั้นเพื่อคนที่เรารัก ยอม ยอมได้เสมอ

พุดถึงเรื่องยอมนี่ ชีวิตผมนอกจากแม่ มีผู้หญิงคนนึงถึงสองคนซึ่งมีอิธิพลต่อผมมาก พอสมควร คนแรก แต่ก่อนผมก็ไม่ได้พูดเพราะอะไรหรอก คำหยาบแต่ก่อนผมก็พูด แต่ด้วยที่ตอนนั้นผมยังเด็ก ม ต้น เอง ผมก็ไม่รุ้หรอกครับว่าควรจะพูดยังไง บางทีผมก้พูดไม่เพราะกับเธอ เธอบอกว่าพุดกับเธอนะ พุดเพราะๆได้ใหม ตั้งแต่นั้นมา ผมก็เปลี่ยนไปครับ จริงๆนะ เปลี่ยนไปจริงๆ ผมสุภาพกับผู้หญิงทุกคน ถ้าไม่มีเธอในวันนั้นผมในวันนี้ก็อาจจะเป็นในอีกรูปแบบนึงก็ได้ คนที่สองคนนี้มีเรื่องราวมากมาย เพราะผมจีบเธออยุ่นานมาก สุดท้ายเธอก็ไปมีคนรักของเธออะนะ ครั้งนึงเมื่อผมขึ้น ม ปลาย ผู้ชายส่วนมากจะเรียน รด. ตอนนั้นผมสมัครไปแล้วนะ เขียนใบสมัครส่งอะไรไปเรียบร้อย แต่สุดท้ายด้วยคำพูดของเธอ เธอพูดว่า ถ้าผมเรียนรด. แล้วเธอจะมีใครอยุ่เป็นเพื่อนด้วย นั่นละครับ ผมก็เลยไม่ได้เรียน รด. ต้องมาลุ้นเกณทหารเอาถึงทุกวันนี้ ฮาๆ อีกอย่างนึงก็คือ แต่ก่อนมือผมก็อยู่ไม่สุขหรอกนะ คุยกับผู้หญิงบางทีก็ซุกซนมาก เรื่องนี้เกิดขึ้นตอน ม ต้นหรือไม่ก้ ม 4 แหละมั้งครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเธอทำอย่างไร ไม่รู้ว่าด้วยคำพูดหรือสายตา ผมจำไม่ได้แล้ว แต่ที่ผมจำได้คือ เธอทำให้ผมได้คิดว่าสิ่งที่ผมทำอยู่นะ มันผิดนะ เธอไม่ชอบเลย นั่นแหละครับ :)  ถึงผมจะเสียใจเพราะเธอหลายต่อหลายครั้ง แต่อย่างน้อยในคราบน้ำตาที่ผมเสียไป เธอก็สอนให้ผมได้รุ้อะไรหลายๆอย่างนะ ทุกวันนี้ผมทำใจได้แล้ว แม้ว่าจะไม่รักเธอแล้ว แต่สิ่งที่เหลืออยู่ในภาพเวลาคิดถึงคือความรู้สึกดีดี ของเพื่อนที่มีต่อเพื่อนครับ

โอ วันนี้ผมพิมพ์เยอะมากเลย พิมพ์ไปก็ไม่มีใครอ่าน แล้วก็ยังคิดว่ามีเรื่องให้ได้พิมพ์อีกมากด้วย แต่วันนี้พอก่อน ไว้ต่อ part 2 ครับ ที่ผมจั่วหัวไว้ว่า “หนึ่งพยางค์คำว่า “รัก” ไร้ความหมาย หนึ่งพยางค์คำว่า “ช้ำ” เจ็บเหลือหลาย” จริงๆก็ไม่รู้จะพูดอะไรครับ ผมเอามาจากเพลง ถ้าเข้ามาอ่านในนี้จะเห็นว่ามีตัว media player อยุ่ทางด้านซ้าย ลองกดฟังดูนะครับ มันจะไม่เล่นเองอัตโนมัติ ต้องกดเอามันถึงจะเล่น ลองฟังดูครับ เป็นเพลงอกหักที่ฟังสบายๆ ดี แปลกดีครับ ชอบ เป็นเพลงอกหักที่ฟังมีความสุขดี…

ไม่มีอะไรครับ คือ สงสัยก็เท่านั้น

คือผมสงสัยครับ ว่า… การเปิดทรวงอกของผู้หญิงนี่ ไม่ถือว่าเป็นอนาจารณ์ใช่ใหมครับ หมายความว่า ต่อให้เห็นทั้งเต้า แต่ถ้าปิดหัวนมเอาไว้ก็ถือว่าไม่โป๊ใช่รึเปล่าครับ ? แต่ถ้าเปิดเห็นหัวนมปุ๊บ ก็โป็ทันที ? เออ ก็คิดไปได้นะ แต่สงสัยจริงๆ เพราะเวลาถ่ายแบบนางแบบโดยมาก มักจะเอามือปิดหัวนมของตัวเอาไว้ แต่เปิดให้เห็นเต้านม ซึ่งจะว่าไปแล้ว เต้านมมันใหญ่กว่าเยอะนะ เมื่อเทียบตามสัดส่วน เหตุใดมันถึงกลายเป็นของสงวนเพียงจุดเล็กๆ กลับแทนที่จะเป็นปิดบังไว้ทั้งเต้า หรือเพราะมือเธอเล็กเกินกว่าจะปิดบังมันหมด หรือเพราะผู้ชายจะไม่เกิดอารมณ์หากเห็นเพียงเต้านมเท่านั้น ? ต้องเห็นทั้งหมด ?

เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ได้ คงต้องให้ผู้หญิงตอบครับ เหอๆ — -”

*อันนี้ผมก็ไม่ได้ทะลึ่งอะไรนะ เพียงแต่สงสัยเฉยๆครับ ฮาๆ

text emotion สวยงามหรือเลอะเทอะ

text emo­tion พูดถึงชื่อนี้ในอดีตนั้นมันคือการที่เราเรียง emo­tion ในโปรแกรมแชทอย่าง msn ให้เป็นรูปภาพหรือข้อความ ความหมายต่างๆ เช่น

(*)(*)(*)(*)(*)(*)(S)(S)(S)(*)(*)(*)(*)
(*)(*)(*)(*)(S)(S)(S)(*)(*)(*)(*)(*)(*)
(*)(*)(*)(S)(S)(S)(*)(*)(*)(*)(*)(*)(*)
(*)(*)(S)(S)(S)(*)(*)(*)(*)(*)(*)(*)(*)
(*)(*)(S)(S)(S)(*)(*)(*)(*)(*)(*)(*)(*)
(*)(*)(S)(S)(S)(*)(*)(*)(*)(*)(*)(*)(*)
(*)(*)(*)(S)(S)(S)(*)(*)(*)(*)(S)(*)(*)
(*)(*)(*)(*)(S)(S)(S)(S)(S)(S)(*)(*)(*)
(*)(*)(*)(*)(*)(*)(S)(S)(S)(*)(*)(*)(*)

* จาก http://​groups​.msn​.com/​l​o​v​e​r​s​f​r​i​e​n​d​z​/​m​s​n​t​e​x​t​e​m​o​t​i​o​n​.​m​snw

ถ้าอยากทราบว่ามันมีความหมายหรือเป็นอย่างไร ก็ลอง copy & paste ดูได้ในเจ้า msn ของเรานะครับ แต่แล้วเมื่อเวลาเปลี่ยนไป
การ เข้ามาของ msn plus! พร้อมฟังชั่น เพิ่ม emo­tion ในระยะแรกยังคงเป็น emo­tion แบบธรรมดากันที่หลายๆคนนำมาใช้ เริ่มตั้งแต่เจ้าหัวกลมๆ หน้าตาต่างๆออกไป และเริ่มมาเป็นรูปน่ารักแปลกๆ ซึ่งเกิดจากการที่ plus! ในเวอร์ชั่นใหม่ๆ สนับสนุน emo­tion ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นนั่นเอง นับจากวันนั้นมา ก็มีผู้ใช้บางท่านมีจิตนาการ โดยการทำข้อความให้เป็นรูปภาพสวยๆ น่ารักๆแล้วนำมาทำเป็น emotion ตรงนั้นผมคิดว่าสวยดี เข้าใจง่าย เพราะเป็นข้อความเลย สำหรับคนที่ริเริ่มทำคนแรกๆนั้นเป็นสมาชิกไทยแวร์ท่านนึง ซึ่งทำขึ้นมาแล้วนำมาโพสแจกในเว็บบอร์ดของไทยแวร์ ขอโทษจริงๆที่ผมจำชื่อสมาชิกท่านนั้นไม่ได้ครับ

แต่ก็ยังไม่จบเท่า นั้นครับ ยังมีกลุ่มผู้ใช้จำนวนหนึ่งซึ่งแอ็ดวานซ์ทางจินตนาการไปมากกว่านั้น โดยการใช้รูปภาพแทนตัวอักษรหรือข้อความไปเลย พร้อมทั้งยังคงการใช้ข้อความรูปภาพอยุ่ด้วย ตรงนี้เพื่อนๆบางคนอาจจะเคยเจอครับ คือถ้าผมยกตัวอย่างเอารูปประกอบมาใช้ มันก็จะไม่ดี เพราะเป็นข้อความของคนอื่นที่คุยกัน แต่ผมคิดว่าเพื่อนๆที่กำลังอ่านอยุ่ก็คงเข้าใจครับ (หรืออาจจะใช้อยู่ด้วยก็เป็นได้ แฮะๆ) ว่ามันเป็นอย่างไร เช่น รูปตะเกียบคู่แทน “แ”  รูปคนเอากันบนเตียงแทนความหมายว่า “เอา” ถ้ามันเป็นข้อความสั้นๆ ยังพอทำเนาครับ คือยังพอจะเดาหรือตีความหมายได้ แต่ถ้ามันเป็นข้อความยาวๆละ แล้วถ้าเกิดมันเป็นทั้งประโยคละ ยกตัวอย่างถ้าผมพิมม์

เป็นอะ!รมารึเปล่าอะ!

แล้ว ผมต้องมานั่งอ่านข้อความแบบนี้เนี่ยนะ มันอ่านยากครับ รวมกับตัวรูปภาพที่เอามาแทนข้อความที่ตั้งกันขึ้นมาเองด้วย บางครั้งแทนที่ผมจะนั่งมีสมาธิกับสิ่งที่ผมกำลังคุยอยู่ แต่กลับต้องมานั่งเดาว่า รูปนี้มันแทนคำว่าอะไรน้า แล้วมันอ่านยังไง สกดผิดรึเปล่า สรุปบางทีผมก็ไม่รู้เลยเหมือนกันว่า คู่สนทนาของผมต้องการสื่ออะไร เพราะผมอ่านภาษาไทยของเค้าไม่ออก แล้วผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรไป จริงๆมันก็ไม่ผิดหรอกนะครับ แต่มันถือว่าเป็นมารยาทบนสังคมอินเตอร์เน็ตครับ โอเคถึงแม้ว่ามารยาทกฏเกณพวกนี้คนไทยเราไม่ได้เป็นคนตั้ง เป็นฝรั่งที่ตั้งเอาไว้ ว่า เวลาพิมพ์ไม่ควรใช้ caps lock สำหรับบางแห่ง บางฟอรั่มถึงกับมีกฏห้ามออกมาใช้เลย และบทลงโทษบางที่คือแบนไอดีไปเลยก็มี ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่มารยาทไทย ก็ตามครับ แต่สิ่งดีดีของเค้าก็ควรนำมาใช้นะ ในความคิดของผม ทั้งหมดที่ผมต้องการจะบอกก็มีเท่านี้หละครับ เราใช้ได้ ตามความเหมาะสม สวยงาม แต่อย่างไรก็ควรจะเห็นใจคนที่คุณกำลังคุยกับคุณด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ผมคนเดียวหรอกครับ ที่คิดแบบนี้ ยังมีคนอื่นๆอีกซึ่งก็เจอเช่นเดียวกับผม พร้อมส่ายหน้าบอกว่ามันพิมพ์อะไรของมันมาฟร่ะ เหอๆ

"เพื่อเพื่อน" คำอ้างที่หนักใจที่สุด

เคยใหมครับ ที่ถูกถามกลับมาว่า “เพื่อเพื่อนทำได้ใหม” คำๆนี้บางครั้งมันก็ใช้ได้อย่างสมเหตุสมผล แต่บางครั้งก็ถูกใช้จนฟุ่มเฟือย เลอะเทอะจนคำว่าเพื่อนนั้นดูเหมือนจะไร้ความหมายไป จริงอยู่ครับว่าบางครั้งเพื่อนก็ย่อมสมควรที่จะเสียสละเพื่อเพื่อนเป็น ธรรมดา แต่บางครั้งมันดูมากเกินไปนะ คือมันเหมือนเห็นแก่ตัวไปหน่อย เวลาเอาคำนี้มาพูด อะไรก็เอามาอ้าง อ้าง อ้าง อยู่ตลอดเวลา เหมือนเด็กเวลาอยากได้อะไร ถ้าไม่ให้ก็อ้างว่าแม่ไม่รัก ทั้งๆที่จริงๆแล้วแม่รักนู๋มากนะ รู้ใหม ? สำหรับ คนพูดก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรครับที่ได้พูดไป แต่สำหรับคนที่ถูกถามนั่นซิ มันน่าหนักใจเป็นที่สุด เพราะบางครั้งเราก็อยากจะทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ แต่เมื่อเจอคำถามอย่างนี้ขึ้นมา มันก็ยากที่จะเลือกครับ ระหว่างตามใจฉันกับตามใจเธอ ถ้าฉันตามใจฉันก็จะเป็นเห็นแก่ตัวไปหาว่าไม่รักเพื่อน แล้วถ้าฉันตามใจเธอละ เธอเห็นใจฉันใหมที่ฉันต้องทำเพื่อเธอ โดยที่ฉันก็เสียความสุขของฉันไป ตกลงเธอทำแบบนี้เธอรักฉันรึเปล่า? ok ถ้าจะอ้างว่าเพื่อนคือคนที่เสียสละให้กันและกัน แต่ถ้าทำไปแล้วเพื่อนอึดอัด มันสมควรแล้วหรือ ? เรื่องนี้มันก็ต้องดูครับ อาจจะตรงกับคำว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา มันถึงจะเกิดความสมดุลระหว่างกันและกัน บางครั้งมันก็สมควร บางครั้งมันก็ไม่เห็นจำเป็นเลยที่จะเอามาใช้ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ต้องดูกันถึงเหตุและผลครับ ผมคิดว่าผมไม่เคยเอาคำว่าเพื่อนมาอ้างนะ ผมคิดว่า เออ ถ้ามันอยากจะทำตั้งแต่ทีแรกนะ หรือขอให้ทำ มันก็ทำไปแล้ว ไม่ต้องเอามาอ้างให้เสียเวลาหรอก ถ้าต้องเอามาอ้าง ก็คือว่ามันไม่อยากจะทำ แล้วถ้ามันไม่อยากจะทำ คนไม่มีใจก็อย่าไปบังคับเค้ามากเลยครับ เค้าจะหนักใจเอาเปล่าๆ…

6/4 @ Dreamworld [Adrenaline Rush!!]

อะ เริ่มเลยละกัน

สวัสดีครับผม หลังจากหายหน้าหายตาไปนานพอสมควร ก็พอดีว่าขี้เกียจ — - นั่นเองไม่มีอะไรมากครับ จริงๆ ก็ไม่อย่างนั้นหรอก ผมก็นั่งอยู่หน้าคอมนี่ตลอดแหละ ที่ผ่านมาก็มีทั้งสอบ o-net และ a-net เดียวโพสต่อไปค่อยมาเล่้า วันนี้กะสัก 2 — 3 โพส และทั้งอะไรอื่นๆ อีกมากมายครับ ช่วงนี้หมกตัวอยู่ที่ราชดำเนินอยู่ค่อนข้างนานครับ แล้วก็แวะไปห้องสมุดบ้างเล็กน้อยมาบุญครอง ฮาร์ดแวร์ กับมุมเกมส์อีกนิดหน่อย อะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามาลุยกันเลยครับ

วันนี้ผมเตรียมภาพไว้ 80 ภาพด้วยกัน ก็คัดแล้วนะครับ มันก็มีบางภาพทีี่เราก็รักพี่เสียดายน้องเลยเอาลงมาเลยทีเดียว ใครใช้เน็ตธรรมดาก็อาจจะช้าหน่อยครับ เพราะภาพเยอะจริงๆ (จะเยอะกว่านี้ถ้าตากล้องผมไปด้วย เหอๆ) จริงๆ ถ้าผมได้ภาพจากกล้องคนอื่นด้วยก็คงดี สำหรับภาพในโพสนี้สีอาจจะแปลกตาไปบ้างนะครับ เพราะว่าผมใช้เทคนิคของ pho­to­shop ที่ทำให้ภาพมันดูสว่างๆ แบบเบลอๆ ภาพบางภาพอาจจะมืดไปหน่อย ถ้าอยากได้ตัว orig­i­nal ขอมาทาง msn ก็ได้ครับ

ให้มรึง

From : b [a] s ’ G a l a t O 12
Sent : Sun­day, Feb­ru­ary 12, 2006 3:50 AM
To : galator_​1​0​@​hotmail.​com, gamma_​robe@​hotmail.​com, golf_​su_​oo@​hotmail.​com, half_​of_​paris@​hotmail.​com, ton_​v1​@​hotmail.​com, underground_​park@​hotmail.​com
Sub­ject : ให้มรึง

เพื่อน คือ … คนที่ไม่ต้องอยู่ด้วยกันก็รักกันได้

ไม่ต้องเห็นกันทุกวัน … ก็รักกันได้

ไม่ต้องหวานใส่กัน … ก็รักกันได้

แต่รักอยู่ฝ่ายเดียว … เป็นเพื่อนกันไม่ได้

เพราะเพื่อน …

ไม่ได้เกิดมาพร้อมหน้าที่ … อย่างคำว่า … พ่อแม่

ไม่ได้จบลงพร้อมหน้าที่ … อย่างคำว่า … แฟน

แต่เกิดจาก …

การกระทำซึ่งกันและกัน

จะอยู่หรือไป … ใช้ “ใจ” เป็นเกณฑ์

จะอีกกี่นาน … เพื่อนก็ยังเป็นทั้งรอยยิ้ม

และเสียงหัวเราะที่ไม่มีวันเลือนหาย

เพื่อนคือคนที่เรามั่นใจ อยากไปหาที่สุด

ไม่ว่าจะในยามทุกข์หรือยามสุข

เพื่อนคือคนที่เราไม่ต้องนอนร้องไห้

คอยโทรศัพท์ทั้งคืน … เพื่อนก็โทรมาหา

ฐานะ … ไม่ใช่ตัววัดว่าใครเหมาะจะเป็นเพื่อนใคร

หน้าตา … ไม่ใช่มาตรฐานว่าใครควรจะเป็นเพื่อนใคร

แต่น้ำใจ … จะเป็นเครื่องชี้ให้เรารู้ว่า

ใครที่ควรจะเป็นเพื่อนเรา

เพื่อนคือ … คนที่แอบมาปรุงแต่งชีวิตเรา

ซะจนกลายเป็นอาหารจานแปลก

มีทั้งหวาน ขม อมเปรี้ยว

เดี๋ยวเติมความห่วงใย เดี๋ยวใส่ความรัก

หมักความผูกพันจนได้ที่

สุดท้ายก็กลายเป็นอาหารจานดี ที่ไม่มีผักชีโรยหน้า

แต่ว่าเติมความจริงใจได้จนเต็มจาน

เพื่อน … ก็เหมือนเสื้อตัวเก่ง

ที่เราจะหยิบมาใส่ทุกครั้งที่เราต้องการความมั่นใจ

และเมื่อพ้นเวลานั้นไป …

เสื้อตัวนี้ก็ยังแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าใบเดิมเสมอ

เหมือนกับเพื่อนที่จะอยู่กับเราในวันที่เราไม่สบายใจ

การเวลาได้พาสิ่งดีๆอย่างเหล่าเพื่อนพ้องที่แสนดีผ่านเข้ามา
และก็กาลเวลาอีกเช่นกันที่
พรากสิ่งสำคัญบางอย่างจากเราไป
แต่กาลเวลาก็ไม่เลวร้ายพอที่จะให้เราเสียใจตลอดไป
เพราะ
กาลเวลาจะพาเพื่อนใหม่มาให้เราอยู่เสมอ…

คำว่าเพื่อนนั้นมีความหมายไม่ยิ่งใหญ่แต่จิงใจหั้ยเทอ
เก็บรักษาเอาไว้ให้นาน
เผื่อสักวันกลับมาพบเจอ
ขอให้เทอโชคดีเพื่อนเอ๋ย

That Day We're Lost

วันนี้ผมไปแข่งขันความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มา ที่โรงเรียนสวนกุหลาบเป็นตัวแทนโรงเรียน ก็ไปกันเองครับ 3 คนมีผม ดู และเทพ ภายใต้ชื่อ DDT ซึ่งเราไม่ได้ตั้งกันเอง เข้าใจว่ามาจากคำว่า Dull Du และ Tep ผมมีความรู้ด้าน soft­ware ดู มีความรู้ทางด้าน pro­gram­ing ส่วนเทพด้าน hard­ware เรารู้กันคนละอย่าง เราต่างมั่นใจครับ ว่ารอบแรกไม่น่าจะหลุดมือเราไป ที่หนึ่งนั้น 5000 บาท พร้อมจอมอนิเตอร์และของรางวัลอื่นๆ ใครมางานนี้ได้รางวัลแน่นอนครับ
วันนี้ผมตื่นแต่เช้า ตอนเช้าวุ่นวายเล็กน้อย เพราะเราต้องไปกันเอง ไม่มีครูจากโรงเรียนพาไป บางทีเราก็ต้องทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างละมั้ง ไม่ต้องพึ่งคนที่ รร เรานัดกันที่ฝั่งตรงข้ามของ สน. ตลิ่งชัน เทพเอารถแม่หรือน้าก็ไม่รู้พาไป ระหว่างทางเราคุยเรื่องสิ่งที่จะเกิดขึ้น เราจะได้เจอข้อสอบแบบใหน ผมคิดไว้เลยว่าต้องมีถามแน่ๆ เลยว่าคอมพิวเตอร์เคร่ืองแรกใครเปนคนคิด ใครเปนคนทำ อะไรอย่างนั้น ผมเองอาจจะไม่ค่อยกระฉับกระเฉงเท่าไร เพราะเมื่อคืนนอนตี 3 แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ผมนอนดึกประจำอยู่แล้ว
สิ่งที่ผมอยากจะทำในวันนี้ คือพิสูจน์ตัวเอง ผมอยากรู้ว่าคนอย่างผมมีความสามารถสักแค่ใหน ผมรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้เก่งอะไร แต่อย่างน้อยๆ ก็จะได้รู้ว่าระดับนี้จะไปสุ่คนอื่นเค้าได้ใหม

 Prev 1 2 3 ...10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 Next