Featured Contents

สร้างชื่อให้กับตัวคุณเองบนโลกกราฟฟิก

ก่อนอื่นคงต้องขอสวัสดีผู้ชมที่เข้ามาชมเว็บของผมก่อนครับ ผมไม่ได้เขียนอะไรใหม่มานานกว่า 4 เดือนแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีผู้ชมเข้ามาดูเว็บกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเลขอาจจะไม่ได้มากมายนักสักเท่าไร แต่ผมก็มีความสุขกับมันแล้วหละ มีผู้ชมบางท่านอีเมล์เข้ามาถามเกี่ยวกับ After Effects บ้างเกี่ยวกับเทคนิคบางอย่างบ้างผ่านทาง Contact Form ผมยินดีตอบกลับนะครับเมื่อมีเวลา ตามจุดประสงค์ที่ตั้งเว็บนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะแบ่งปันความรู้ของเรา อาจจะมีคนรู้แล้วหรือยังไม่รู้ตรงนั้นอาจจะไม่ได้สำคัญเท่าไร สำคัญตรงที่ผมได้ทำในสิ่งที่อยากทำและผมมีความสุขที่ได้ทำมันมากกว่า หรือถ้าใครสนใจในสิ่งที่ผมสนใจก็มาเป็นสมาชิก fanpage ได้ครับ คลิก Like ที่ลิงค์ทางด้านขวามือ ตรงนั้นเวลาผมได้เห็นอะไรที่น่าสนใจและผมชอบก็จะเอามาแชร์แบ่งกันอ่าน อาจจะไม่ได้มีการตอบโต้แสดงความเห็นอะไรแต่ว่าผมว่ามันก็โอเคแล้ว

Inspiring Typography in Motion Roundup

ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบและหลงไหลใน typography video โพสนี้เลยรวบรวมวีดีโอที่่ใช้หนังสือสวยๆมาให้ดูครับ ค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว ผมชอบงานประเภทนี้นะ แต่ค่อนข้างเบื่อกับงานประเภท kinetic typography มาก คือหลายๆงานที่ออกมามันค่อนข้างจะซ้ำๆกัน ไม่มีอะไรใหม่ ไม่เหมือนกับแนวนี้ซึ่งมีตัวหนังสือเป็นองค์ประกอบรอง ส่วนจะสวยมากน้อยแค่ไหน มีวีดีโอเป็นองค์ประกอบหลักครับ งานบางงานอาจจะเคยเห็นกันแล้วบ้าง หรือบางงานอาจจะยังไม่เคยเห็น ก็เอามาแบ่งปันให้ดูกันครับ เริ่มเลยดีกว่า Trailer Flensburger Kurzfilmtage 2009 (Director’s Cut) from Joachim Freitag

อัพไฟล์วีดีโอที่เว็บไหนดี? ตอน 2 เปรียบเทียบคุณภาพวีดีโอ

หลังจากที่เราดูการเปรียบเทียบโดยรวมแล้ว มาดูกันครับว่าคุณภาพวีดีโอที่ว่าต่างกัน มันต่างกันยังไงบ้าง โดยผมจะเทียบให้เห็นทั้งของต้นฉบับที่เรนเดอร์ออกมาขนาด 720p และจากเว็บ Youtube, Vimeo, Dailymotion และ blip.tv นะครับ

อัพไฟล์วีดีโอที่เว็บไหนดี?

ปกติแล้วเวลาเราทำงานเสร็จ เราก็อาจจะอยากโพสมันขึ้นไปบนอินเตอร์เน็ต เพื่อแชร์ให้คนอื่นดูด้วยใช่ไหมครับ ผมก็เลยนึกดูว่าเอะ อัพขึ้นเว็บไหนดี แล้วเว็บแต่ละเว็บมีความแตกต่างกันยังไงบ้าง ทั้งในเรื่องของคุณภาพวีดีโอที่ออกมา สังคมในนั้น รวมถึงฟังชั่นอื่นๆด้วยว่าเป็นเช่นไร ปกติผมจะอัพงานขึ้นที่ Vimeo ส่วนถ้าเป็นวีดีโอธรรมดาก็จะอัพขึ้นที่ Youtube ครับ แต่นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเว็บอื่นๆอีกไม่ว่าจะเป็น Blip.tv หรือ Dailymotion หรืออย่างตอนนี้ Flickr ที่แต่ก่อนรองรับเฉพาะรูปภาพ แต่ตอนนี้ก็มีวีดีโอแล้ว แต่ผมจะไม่พูดถึง Flickr ครับ เพราะยังมีข้อจำกัดเรื่องขนาดไฟล์และความยาวของคลิปที่สามารถอัพได้อยู่

A little bit with Z Depth

พอดีวันนี้มีเพื่อนทักมาถามว่าพอจะรู้หรือเปล่าเกี่ยวกับการทำ Depth of Field ในโพสต่อจาก 3D โดยหลักการแล้วผมพอจะรู้ครับว่าเค้าทำยังไงบ้างแบบคร่าวๆ แต่ก็ไม่เคยลองทำดูจริงๆสักที เพราะอย่างแรกเลยคือผมก็ไม่ค่อยได้ไปยุ่งอะไรกับโปรแกรม 3d สักเท่าไร อย่างที่สองก็คงเพราะว่าผมยังไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะไปยุ่งกับมัน เหอๆ อะ แต่ไหนก็ไหนๆ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันทำยังไงกัน ทางเดียวที่จะรู้ก็คือต้องลองดูครับ เดาผิดเดาถูกไป ก็เลยเปิด C4D ขึ้นมาลองเรนเดอร์ออกมาดูครับเลือกเรนเดอร์ออกมาเป็นไฟล์ RPF (3D channel data นั้นสามารถเซฟออกมาได้ผ่านไฟล์ RLA, RPF, Softimage PIC/ZPIC, และ Electric Image EI/EIZ formats. ) พร้อมกับพก Alpha Channel ติดมาด้วย ดูซิว่าจะต้องทำยังไง

The Third & The Seventh – Breathtaking

ปกติแล้วคลิปดีดีที่ผมชอบจะถูกรวบรวมไว้ที่ What I’ve Seen in Motion เชื่อว่าหลายๆคนที่เข้ามาเว็บนี้คงไม่ได้คลิกเข้าไปดูกัน แต่คลิปนี้มันมีค่ามากกว่าที่จะเก็บเอาไว้ข้างหลัง และจะน่าเสียดายยิ่งกว่านั้นถ้าคุณพลาดที่จะไม่ได้ดูมัน ผมกำลังพูดถึง The Third & The Seventh เป็น Full Short CG สิ่งเดียวที่ทำให้มันไม่ถูกเรียกว่า Pure CG คงจะเป็น Alex Roman ผู้สร้าง Short นี้ ที่อยู่ในบางส่วนของมัน Alex ทำเกือบทุกส่วนเลยทีเดียว โดยผมจะกล่าวไว้ใน credit ข้างล่าง มันถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกันคือ

2009 Thai Movie Poster Roundup

สวัสดีครับ พึ่งจะเลยวันปีใหม่มาได้ไม่กี่วันเท่านั้น วันนี้ผมขอลองย้อนกลับไปดูเมื่อปีที่ผ่านมาว่ามีหนังไทยเรื่องอะไรบ้างที่ลงโรงให้เราได้ดูกัน ปรากฏว่ามีกว่า 50 เรื่องด้วยกันครับจาก 21 ค่าย ทั้งใหญ่บ้างและเล็กบ้าง ค่ายใหญ่ๆอย่างสหมงคลฟิล์มมีหนังลงโรงกว่า 17 เรื่อง เรียกได้ว่ามีหนังจากค่ายนี้ให้ได้ดูกันตลอดปีเลยละครับ โพสนี้ผมอยากจะลองดูว่า แต่ละค่ายเค้าออกแบบโปสเตอร์หนังกันยังไงบ้าง สไตล์ที่ใช้ สี หรือแนวหนังว่ามีแนวอะไรบ้าง เรามาลองดูกันครับ ผมขอเรียงตามตัวอักษรแล้วกัน เริ่มต้นที่

Film Studios Introduction Roundup

พอดีว่าช่วงนี้มีงานชิ้นนึงที่จะต้องอนิเมตโลโก้ของตัวเองครับ เดียวต้องส่งวันพฤหัสนี้ เอาไว้ผมทำเสร็จแล้วก็คงจะอัพขึ้นเว็บเหมือนเคย เพราะเหตุนี้ผมก็เลยนึกถึงบรรดาสตูดิโอยักษ์ใหญ่ของโลก และเหล่าสตูดิโออื่นๆครับว่าพวกเค้าทำกันอย่างไรบ้าง และรูปแบบของ logo เป็นอย่างไรกันบ้าง เผื่อจะได้แรงดลบันดาลใจหรือเป็น Ref ไว้ให้เราได้ใช้บ้างนะครับ น่าเสียดายที่ผมไม่มีหนังไทยเลย ก็เลยขาดค่ายหนังไทยไป อย่าง GTH, พระนครฟิล์ม, ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น, เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ เท่าที่มีอยู่ก็เป็นของสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ค่ายเดียว อันที่จริงแล้วผมก็อยากใส่พวกกลุ่มที่ทำโมชั่น กราฟฟิค หรือ VFX ด้วย แต่ปกติแล้วพวกเค้าบางทีก็ไม่ค่อยจะมีคลิปที่เป็น logo โดดๆให้ดูนะครับ หรือแม้แต่ช่วงต้นของ movie บางทีก็ไม่มี เท่าที่ผมนึกได้ว่ามีก็แค่ Digital Domain เท่านั้น ก็เลยถ้ารวมจริงๆก็คงจะได้ไม่กี่บริษัทผมก็เลยไม่ทำครับ เอาละครับไปชมกันเลยดีกว่า ใครเน็ตช้าแล้วดูบางอันกระตุกผมแนะนำให้ปิด HD ไปนะครับ เพราะบางคลิปชัดมากๆเลยทีเดียว

You’re Not That Talented นายไม่ได้เก่งอะไรเล้ย!

เพื่อนผมบางคนอาจจะเคยชมผมว่าเก่งบ้าง หรือยังไงบ้างผมไม่ได้พูดยอยกตัวเอง แต่มันเป็นความจริงที่เพื่อนบางคนพูดถึงผมแบบนั้น และทุกครั้งผมมักจะรู้สึกมีท่าทีปฏิเสธต่อคำพูดเหล่านั้นเสมอๆ เพราะด้วยเหตุผลที่ว่า “ผมเองไม่ได้เก่งอะไรเลย” และเพราะผมมีบทเรียนมาแล้วจาก “That Day We’re Lost” และจากประสบการณ์อื่นๆอีกมากมาย ยังมีคนที่สนใจกว่าเราอีกมากมาย ยังมีคนที่เก่งกว่าเราอีกมากมาย ผมถึงได้ไม่ยอมรับคำๆนั้นไงหละ ยังมีคนที่ผมนับถืออีกเยอะแยะเต็มไปหมด หลายๆคนที่ผมให้ความนับถือพวกเค้าเหล่านั้นควรจะได้รับคำชมนี้มากกว่า การที่จะพูดคำว่าเก่งแล้วบางครั้งมันเหมือนะจะทำให้เราหยุดพัฒนาตัวเอง ผมยังจะคงไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางของความฝันของผมเลย ยังต้องพัฒนาไปอีกมาก วันใดที่ผมอยู่ในจุดที่เรียกว่าอิ่มตัวหรือคิดว่าตัวเองรู้มากและรู้พอแล้ว คงเป็นวันที่ผมยินดีกับคำนั้นด้วยความดีใจและภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองเสียเวลาค้นคว้าหาความรู้ต่างๆให้กับตัวเอง แต่วันนั้นยังคงอยู่อีกไกล และอีกนานกว่าจะมาถึงอาจจะไม่มีทางมาถึงเลยก็ได้ เพราะผมเป็นคนชอบหาความรู้อยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ในทางปฏิบัติผมอาจจะไม่เคยลอง ไม่เคยทำแต่อย่างน้อยหลายๆครั้งก็ขอให้ได้รู้ในทางทฤษฎีเอาไว้ก่อน กลับมานี้โพสนี้ ผมขึ้นต้นด้วย “You’re not that talented” ผมแปลเป็นไทยว่า “นายมันไม่ได้เก่งอะไรเล้ย…” เป็นบทความของคุณ Aharon Rabinowitz ปกติเคยอ่านแต่ twitter ของเค้าบ้าง ดู tutorial ของเค้าบ้าง มาวันนี้เค้าเขียนบทความชิ้นนึงตามชื่อของโพสนี้คือ “You?re Not That Talented, and Other Advice” ส่วนตัวผมรู้สึกว่า เป็นบทความที่ดีมากและอยากให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยครับ

This is the best end title, I’ve ever seen! – “Orphan”

ก่อนอื่นขอบอกก่อนนะครับว่าการดู end title ก็เหมือนดูฉากสรุปของทั้งเรื่อง ถ้าใครกลัวว่าจะไปดูทีหลังแล้วไม่สนุกก็แนะนำว่าอย่ากดชมครับ เห็นหัวโพสแล้วน่าสนใจใช่ไหมครับ แต่หัวโพสของผมไม่เหมือนพาดหัวข่าวบันเทิงที่บ้างครั้งหัวข่าวกับเนื้อข่าวแทบจะไม่ได้สอดคล้องกันเลย เมื่อสักครู่ราวตีสามพึ่งพึ่งดูหนังเรื่อง “Orphan” จบครับ โดยรวมแล้วถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หนังเกรดท๊อป หรือหนังในระดับที่ว่าคุณจะต้องดูให้ได้ แต่ก็อย่างที่ผมได้ขึ้นหัวโพสไว้ครับ ความน่าสนใจอยู่ที่ end title ของหนังเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้หนังเรื่องล่าสุดที่ทำให้ผมประทับใจในฉากจบ คือทำให้เรารู้สึกว่าเห้ยเจ๋งวะ ต้องดูคือเรื่อง “300″ ซึ่งถ้าใครเคยได้ดูคงจะจำกันได้ว่าเค้าทำออกมาได้ดีมาก มี end title ซึ่งสรุปเรื่องทั้งเรื่องในรูปแบบของกราฟฟิค และการทำทรานซิชั่นที่ลงตัว การใช้ blood splash หรือเลือดสาดไม่ใช่เพียงแค่ใส่ๆไปให้งานมันดูจบ แต่เป็นการใส่และทำคอมโพสได้อย่างลงตัว ขอพูดถึง “300″ เพียงเท่านี้ ถ้าใครยังไม่เคยดูคลิกที่ลิงค์นี้เลยครับ [300 End title sequence]