
เราได้เรียนรู้อะไรจาก The Reader?
ผมได้เรียนรู้ว่า คุณหลอกตัวเองไม่ได้หรอก เรื่องบางเรื่องมันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่จะเปิดเผยมันออกมา ถ้ามันไม่ได้มีผลเสียอะไรกับเราหรือกับคนอื่น มันก็น่าจะทำไม่ใช่หรือ ดั่งที่โปสเตอร์หนังโปรยคำถามไว้ว่า “How far would you go to protect the secret?” เราจะปิดบังความลับนั้นไปได้อีกนานแค่ไหนกัน? หนังเรื่องนี้คลุมเครือตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ความรักที่ทั้งคู่แอบมีต่อกัน มาวันนึงนางเอกทิ้งพระเอกไป อาจจะด้วยเพราะเธอได้รับตำแหน่งงานใหม่ซึ่งเธอรู้ตัวดีว่าไม่มีความสามารถพอ เธอปิดความลับนั้นเอาไว้ ไม่ให้ใครรู้ว่าเธออ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ อาจจะด้วยความอาย ยอมปิดไว้แม้ว่าในที่สุดตัวเองจำต้องถูกจำคุกเป็นเวลานาน เช่นเดียวกันกับพระเอก เขามีโอกาศที่จะได้ช่วยนางเอก แต่ก็ไม่ทำ อาจจะด้วยความสับสนทั้งด้วยความผิดที่นางเอกทำและรวมถึงที่นางเอกทิ้งเค้ามาด้วย เขาพยายามหลอกตัวเองว่าเค้าตัดใจจากนางเอกได้แล้ว ไม่ว่าจะด้วยการไปนอนกับผู้หญิงอื่น หรือไปมีครอบครัว แต่สุดท้ายเค้าก็อดคิดถึงอดีตไม่ได้ กลับมาทำสิ่งที่เคยทำคืออ่านหนังสือให้นางเอกฟังโดยกั้นตัวเองไม่ให้มีอะไรมากไปกว่านั้น จนกระทั่งมาถึงวันที่เค้าได้มาพบนางเอกอีกครั้ง ทั้งๆที่พระเอกก็ยังมีใจให้นางเอกอยู่แต่ก็ทำเย็นชากับนางเอกจนเกินไป ผมเห็นนางเอกพยายามจะกอดแต่ไม่ได้กอดแล้ว ผมสงสารเธอมาก เพราะพระเอกคือคนๆเดียวที่เธอเหลืออยู่ คือคนๆเดียวที่ทำให้ชีวิตในเรือนจำของเธอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ถ้าขาดเขาไปเธอก็คงไม่เหลืออะไรอีกจึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง สุดท้ายก็อย่างที่เราเห็นคือ พระเอกหลอกตัวเองว่าในใจเค้าไม่มีนางเอกอีกต่อไปแล้ว ปิดกั้นไม่ให้คนอื่นรู้ว่าจริงๆแล้วทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน แต่มันก็ทำไม่ได้เขายังระลึกถึงเธออยู่เสมอและพยายามทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อชดเชยสิ่งที่เค้าเคยทำลงไป
ทั้งหมดนี้ทำให้ผมเห็นว่าจะด้วยเรื่องของความรัก ความจริงหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้ามันไม่ใช่สิ่งผิด ถ้าพูดได้ทำได้มันก็น่าจะทำ อย่าฟอร์มมากไป เพราะบางครั้งเราก็ไม่มีโอกาศมากนัก โอกาศที่เราจะได้แสดงออกบางครั้งมันอาจจะมีแค่ครั้งเดียวก็ได้ อย่างเช่นในหนังเรื่องนี้เป็นต้น กลับมาอีกทีคนที่เรารักก็จากเราไปเสียแล้ว มันเป็นเรื่องที่น่า
เสียดายและเสียใจครับ
ความรู้สึกต่อภาพยนตร์เรื่องนี้
ผมรู้สึกดีและประทับใจกับสิ่งที่ผู้กำกับสื่อให้เห็น The Reader ถึงแม้ว่าจะมีฉากเปลือยและฉาก sex มากมาย แต่จุดขายของมันไม่ใช่เรื่องนั้นเลย ผิดกับหนังบางเรื่องที่ใจความไม่ได้เกี่ยวกับ sex แต่มีเรื่อง sex และผู้หญิงเป็นตัวชูให้เรื่องน่าสนใจ
The Reader นอกจากจะสอนให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาแล้วก็ยังให้เรามองอะไรหลายๆมิติพร้อมกับให้เราได้หยิบยกคำถามมาย้อนถามตัวเองกลับด้วย ผมขอยกตัวอย่างเช่นในกรณีนางเอกกับเรื่องความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของเธอกับเหตุการณ์ที่โบสถ์ มองในมุมของหน้าที่การงาน เธอปฏิบัติงานได้ดีเยี่ยมไม่ขาดตกบกพร่อง นั่นคือหน้าที่ของเธอที่จะคุมคนเอาไว้ มองในด้านศิลธรรมมันกลับกลายเป็นว่าเธอเป็นคนที่ไร้มนุษยธรรมโดยสิ้นเชิง แต่ก็อีกนั่นแหละเธอเองก็มีทางเลือกไม่มากนัก ถ้าเธอช่วยเหลือคนเหล้านั้นตัวเธอเองก็ถูกประหารเสียเอง แต่ถ้าเธอไม่ช่วยเธอก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไร้มนุษยธรรม ถ้าเป็นเราละ เราจะเลือกอะไร อย่างที่อาจารย์ของพระเอกพูด กฏหมายมันแคบและมันไม่มีทางออกให้กับเรามากนัก ไม่เพียงแต่เราเท่านั้นที่หนังย้อนกลับมาถาม พระเอกเองก็ถูกให้ต้องตัดสินใจด้วยเช่นกันว่าคุณจะยังรักนางเอกต่อไปหรือเปล่า ผมมองเห็นความผิดหวังที่พระเอกมีต่อนางเอกจากน้ำตาและมองเห็นความหวังที่ว่าสิ่งที่เธอถูกกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง และสุดท้ายด้วยความผิดหวังและความขัดแย้งในใจของพระเอกนั้นก็ส่งผลให้นางเอกถูกจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งจุดนี้จะว่าพระเอกผิดไหม ผมมองว่าก็ไม่ถือว่าผิดทีเดียว เขาอาจจะยอมรับการตัดสินใจของนางเอก
สรุป The Reader ไม่ใช่หนังระดับธรรมดา ผมประทับใจทั้งในเรื่องของนักแสดงเองโดยเฉพาะนางเอกที่แสดงสีหน้าสื่ออารมณ์ได้ดีมาก ตัวบทเอย การเล่าเรื่องเอย ถ้าใครรักหนังแต่ไม่ได้ดูเรื่องนี้ถือว่าน่าเสียดายมากครับ









