Posts Tagged ‘After Effects’
พอดีวันนี้มีจดหมายเข้ามาเรื่อง Motion Tracking ผมคิดว่าโพสเอาไว้น่าจะมีประโยชน์กว่า เลยขออนุญาตินำคำถามมาโพสไว้ ณ ที่นี้เลยแล้วกันนะครับ เผื่อท่านอื่นๆเข้ามา แล้วถ้ายังไม่ทราบจะได้เป็นความรู้ด้วย :) คือตอนนี้ เดือดร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง เรื่อง Motion Tracking ใน AE อยากทราบว่า Tracker Type ในแต่ละชนิด มันต่างกันยังไงค่ะ เช่น Stabilizeนี่มันทำพำให้ ภาพฟุตเตจที่สั่นไหว เป็นนิ่งหรือเปล่า แล้ว Transform, Parallel corner pin ,Perspective corner pin,rawใช้แตกต่างกันอย่างไรค่ะ แล้วที่จุด Tracking point กรอบสี่เหลี่ยม สองอันอ่ะค่ะ ถ้าปรับขนาดใหญ่ เล็ก มีผลต่างกันยังไงค่ะ รบกวนผู้รู้ช่วยตอบเป็นวิทยาทานหน่อยนะค่ะ,ขอบพระคุณมากค่ะ →
คือว่า ตอนเราทำใน ae เราเซทค่า dv pal widescreen square pixel เราต้องการใส่เสียงใน pr แต่ว่า มันไม่มีค่านี้เลยค่ะ เราควรจะเซทค่าใน premire ยังไงคะ แล้วตอน export กับ encoded ควรจะตั้งค่าเท่าไหร่ งานนี้ใช้สำหรับใช้เล่นในคอมเท่านั้นน่ะค่ะ ขอคำแนะนำหน่อยนะคะ ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้เลย ขอบคุณค่ะ →
ถาม: พอดีผมไม่เคยทำงานไซส์ full hd อยากจะสอบถามว่า เครื่องที่คุณใช้อยู่ตอนนี้เสปคเครื่องเป็นยังไงบ้าง ที่ลงอาฟเตอร์ CS5 ไปนี่เห็นแรมได้กิ่ g ครับ (เห็นบอกกันว่าวินโดว 7 64 บิท ลงแรมได้สูงสุด16g) แล้วถ้าเราเซ็ทเครื่องใหม่เป็น64บิทแรมเต็มที่ อาฟเตอร์เวอชั่นก่อนๆจะเห็นแรมได้เท่าไหร่เวลาใช้ครับ ถ้าใช้เครื่องเสป็คเดิมนี่มีเทคนิคอะไรบ้างเวลาทำงานโปรเจ็ค full hd ให้มันไหลลื่น ไม่ติดขัดมากครับ *รบกวนช่วยตอบกลับด้วยนะครับขอบคุณมาก (เวบนี้ได้ความรู้ดีครับ เป็นกำลังใจให้) →
ในที่สุด Adobe ก็ปล่อย CS5 ออกสู่ท้องตลาดเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกันนั้นสำหรับใครที่อยากจะทดลองหรือทดสอบก็สามารถดาวน์โหลดตัว trial ได้จากเว็บ Adobe เองเลย ซึ่งเช่นเคยมีทั้งแบบที่เป็นแพคเกจแยกเป็นชุดทั้ง Production Premium, Design Premium, Web Premium และแพคเกจใหญ่สุดคือ Master Collection และแบบเลือกโหลดเฉพาะตัว software ที่ต้องการ สำหรับตัวที่ผมดาวน์โหลดมาทดลองก็คือชุด Creative Suite 5 Master Collection ขนาด 4.45 GB (ตัวเต็มราคาราวๆ 86000 บาท) โดยมีข้อแม้อยู่ประการหนึ่งคือ สำหรับใครที่จะใช้ After Effects CS5 และ Premier Pro CS5 จำเป็นที่จะต้องใช้ระบบปฏิบัติการ 64 บิท จึงจะสามารถใช้ได้ (ผมใช้ Windows 7 Ultimate x64) →
ใกล้เปิดตัวเข้ามาเต็มที่แล้วครับสำหรับ Adobe CS5 ซึ่งจะเปิดตัวในวันที่ 12 เมษายนนี้ เพื่อนๆหลายๆคนคงจะได้เห็นฟังชั่นใหม่ของ Photoshop CS5 กันมาบ้างแล้ว ซึ่งจริงๆต้องบอกว่า ผมก็เคยเห็นมาก่อนหน้านี้นานพอสมควรแล้วสำหรับฟังชั่นใหม่ๆที่จะช่วยเรื่องการตัดต่อ หรือคอมโพสิตได้ง่ายยิ่งขึ้น ใครยังไม่เคยเห็นลองดูตามคลิปข้างล่างนี่แล้วกันครับ →
หากจะพูดถึง plug-in ตัวที่เด่นๆและสำคัญๆของ After Effects แล้ว หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น Trapcode Particular ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นแรกหรือเวอร์ชั่น 2 สำหรับผมสิ่งที่น่าสนใจก็คือ plug-in ตัวนี้ มีความยืดหยุ่น และมีลุกเล่นให้ได้เล่นเยอะมาก โดยเฉพาะกับการสร้างงานแนว Abstract ซึ่งในบางครั้งเราไม่จำเป็นต้องไปใช้โปรแกรมประเภท 3d เข้ามาช่วย สำหรับมือใหม่ผมมองว่า มันอาาจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วเซตได้อย่างที่ใจอยาก หรือจะดัดแปลงให้ได้อย่างที่โปรทำ เพราะบางครั้งมันก็ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับเลเยอร์อื่นด้วย เรื่องการใช้คีเฟรมก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยความที่มันเป็น Abstract และเป็น Particle ซึ่งสามารถสุ่มการเกิดขึ้นมาได้ ทำให้งานที่ออกมาแต่ละครั้งแตกต่างกันไป หรือนอกเหนือไปจากนั้นแล้วในระดับที่สูงไปกว่านั้น คงหนีไม่พ้นการใช้ expression script ซึ่งหมายถึง ‘คณิตศาสตร์ ‘ ซึ่งคุณอาจจะเคยสงสัยว่าเรียนเลขไปทำไม ในชีวิตจริงไม่ได้ใช้ แต่ถ้าเป็นในด้านนี้แล้ว มันคงหนีไม่พ้นครับ :) →
พอดีวันนี้มีเพื่อนทักมาถามว่าพอจะรู้หรือเปล่าเกี่ยวกับการทำ Depth of Field ในโพสต่อจาก 3D โดยหลักการแล้วผมพอจะรู้ครับว่าเค้าทำยังไงบ้างแบบคร่าวๆ แต่ก็ไม่เคยลองทำดูจริงๆสักที เพราะอย่างแรกเลยคือผมก็ไม่ค่อยได้ไปยุ่งอะไรกับโปรแกรม 3d สักเท่าไร อย่างที่สองก็คงเพราะว่าผมยังไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะไปยุ่งกับมัน เหอๆ อะ แต่ไหนก็ไหนๆ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันทำยังไงกัน ทางเดียวที่จะรู้ก็คือต้องลองดูครับ เดาผิดเดาถูกไป ก็เลยเปิด C4D ขึ้นมาลองเรนเดอร์ออกมาดูครับเลือกเรนเดอร์ออกมาเป็นไฟล์ RPF (3D channel data นั้นสามารถเซฟออกมาได้ผ่านไฟล์ RLA, RPF, Softimage PIC/ZPIC, และ Electric Image EI/EIZ formats. ) พร้อมกับพก Alpha Channel ติดมาด้วย ดูซิว่าจะต้องทำยังไง →
เพื่อนผมบางคนอาจจะเคยชมผมว่าเก่งบ้าง หรือยังไงบ้างผมไม่ได้พูดยอยกตัวเอง แต่มันเป็นความจริงที่เพื่อนบางคนพูดถึงผมแบบนั้น และทุกครั้งผมมักจะรู้สึกมีท่าทีปฏิเสธต่อคำพูดเหล่านั้นเสมอๆ เพราะด้วยเหตุผลที่ว่า “ผมเองไม่ได้เก่งอะไรเลย” และเพราะผมมีบทเรียนมาแล้วจาก “That Day We’re Lost” และจากประสบการณ์อื่นๆอีกมากมาย ยังมีคนที่สนใจกว่าเราอีกมากมาย ยังมีคนที่เก่งกว่าเราอีกมากมาย ผมถึงได้ไม่ยอมรับคำๆนั้นไงหละ ยังมีคนที่ผมนับถืออีกเยอะแยะเต็มไปหมด หลายๆคนที่ผมให้ความนับถือพวกเค้าเหล่านั้นควรจะได้รับคำชมนี้มากกว่า การที่จะพูดคำว่าเก่งแล้วบางครั้งมันเหมือนะจะทำให้เราหยุดพัฒนาตัวเอง ผมยังจะคงไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางของความฝันของผมเลย ยังต้องพัฒนาไปอีกมาก วันใดที่ผมอยู่ในจุดที่เรียกว่าอิ่มตัวหรือคิดว่าตัวเองรู้มากและรู้พอแล้ว คงเป็นวันที่ผมยินดีกับคำนั้นด้วยความดีใจและภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองเสียเวลาค้นคว้าหาความรู้ต่างๆให้กับตัวเอง แต่วันนั้นยังคงอยู่อีกไกล และอีกนานกว่าจะมาถึงอาจจะไม่มีทางมาถึงเลยก็ได้ เพราะผมเป็นคนชอบหาความรู้อยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ในทางปฏิบัติผมอาจจะไม่เคยลอง ไม่เคยทำแต่อย่างน้อยหลายๆครั้งก็ขอให้ได้รู้ในทางทฤษฎีเอาไว้ก่อน กลับมานี้โพสนี้ ผมขึ้นต้นด้วย “You’re not that talented” ผมแปลเป็นไทยว่า “นายมันไม่ได้เก่งอะไรเล้ย…” เป็นบทความของคุณ Aharon Rabinowitz ปกติเคยอ่านแต่ twitter ของเค้าบ้าง ดู tutorial ของเค้าบ้าง มาวันนี้เค้าเขียนบทความชิ้นนึงตามชื่อของโพสนี้คือ “You?re Not That Talented, and Other Advice” ส่วนตัวผมรู้สึกว่า เป็นบทความที่ดีมากและอยากให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยครับ →
สืบเนื่องจากผมมีปัญหาคือตัดต่อและทำ After Effect กับไฟล์ฟอร์แมต AVCHD ไฟล์นามสกุล .mts ปรากฏว่าเรนเดอร์ออกมาแล้วเฟรมกระตุก หรือเกิดอาการ frame jump ครับ คือภาพกระโดดไม่ต่อเนื่อง นอกจากนั้นปรากฏว่าตัดต่อลำบากมาก เพราะดูเหมือนว่าโปรแกรมจะต้องเรนเดอร์ หรือคำนวนไฟล์อยู่ตลอดเวลา แล้วก็ไม่สามารถ playback แบบ real time ใน Premiere Pro ได้ (ช่วยได้ระดับหนึ่งในคอมพิวเตอร์ที่แรงๆ แต่ปัญหาเฟรมกระโดดยังอยู่) ลองเปลี่ยนมาเป็น Vegas แล้วก็ยังมีอาการเดิม ทำให้เป็นไปไม่ได้ครับที่จะตัดต่อได้ จะมาตัดต่อใน After ผมก็ไม่ถนัดเพราะว่าพอใส่เพลงด้วยแล้ว Premiere ตัดต่อง่ายกว่า ลากเข็มเสียงก็ออกเลยไม่ต้องกด control ช่วย ปกติ workflow หรือขั้นตอนการทำงาน ของผมคือ ถ่าย > โอนไฟล์ลง HDD ลูกที่สอง ที่ไม่ได้ลงวินโดวส์ > แยกไฟล์ที่ใช้และไม่ใช้ และไฟล์ที่อาจจะได้ใช้เป็นโฟลเดอร์ > นำไฟล์มาตัดและเรียงแบบคร่าวๆใน Premiere →
ปัญหานี้จะเกิดเวลาที่เรา pre-compose แล้วเกิดอยากจะขยาย scale แล้วปรากฏว่าตัวหนังสือเบลอ ง่ายๆเลยครับ ให้เปิดใช้ Continuously Rasterize ซะ ก็จะหายครับ ใช้กับไฟล์ Vector ได้เช่นกัน แต่ใช้มากๆก็อาจจะหน่วงเครื่องหน่อย เพราะโปรแกรมต้องคำนวน point ทุกเฟรม :) →