เพื่อนผมบางคนอาจจะเคยชมผมว่าเก่งบ้าง หรือยังไงบ้างผมไม่ได้พูดยอยกตัวเอง แต่มันเป็นความจริงที่เพื่อนบางคนพูดถึงผมแบบนั้น และทุกครั้งผมมักจะรู้สึกมีท่าทีปฏิเสธต่อคำพูดเหล่านั้นเสมอๆ เพราะด้วยเหตุผลที่ว่า “ผมเองไม่ได้เก่งอะไรเลย” และเพราะผมมีบทเรียนมาแล้วจาก “That Day We’re Lost” และจากประสบการณ์อื่นๆอีกมากมาย ยังมีคนที่สนใจกว่าเราอีกมากมาย ยังมีคนที่เก่งกว่าเราอีกมากมาย ผมถึงได้ไม่ยอมรับคำๆนั้นไงหละ ยังมีคนที่ผมนับถืออีกเยอะแยะเต็มไปหมด หลายๆคนที่ผมให้ความนับถือพวกเค้าเหล่านั้นควรจะได้รับคำชมนี้มากกว่า การที่จะพูดคำว่าเก่งแล้วบางครั้งมันเหมือนะจะทำให้เราหยุดพัฒนาตัวเอง ผมยังจะคงไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางของความฝันของผมเลย ยังต้องพัฒนาไปอีกมาก วันใดที่ผมอยู่ในจุดที่เรียกว่าอิ่มตัวหรือคิดว่าตัวเองรู้มากและรู้พอแล้ว คงเป็นวันที่ผมยินดีกับคำนั้นด้วยความดีใจและภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองเสียเวลาค้นคว้าหาความรู้ต่างๆให้กับตัวเอง แต่วันนั้นยังคงอยู่อีกไกล และอีกนานกว่าจะมาถึงอาจจะไม่มีทางมาถึงเลยก็ได้ เพราะผมเป็นคนชอบหาความรู้อยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ในทางปฏิบัติผมอาจจะไม่เคยลอง ไม่เคยทำแต่อย่างน้อยหลายๆครั้งก็ขอให้ได้รู้ในทางทฤษฎีเอาไว้ก่อน
กลับมานี้โพสนี้ ผมขึ้นต้นด้วย “You’re not that talented” ผมแปลเป็นไทยว่า “นายมันไม่ได้เก่งอะไรเล้ย…” เป็นบทความของคุณ Aharon Rabinowitz ปกติเคยอ่านแต่ twitter ของเค้าบ้าง ดู tutorial ของเค้าบ้าง มาวันนี้เค้าเขียนบทความชิ้นนึงตามชื่อของโพสนี้คือ “You?re Not That Talented, and Other Advice” ส่วนตัวผมรู้สึกว่า เป็นบทความที่ดีมากและอยากให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยครับ แต่ผมคงขอแปลแบบคร่าวๆนะ… อาจจะมีถูกบ้างผิดบ้าง แหงหละผมเรียนศิลปะและการออกแบบ ขออ้างหน่อยก็แล้วกันไป…
ในบทความนี้ประกอบด้วย 4 ส่วนคือ
- การพัฒนาตนเอง
- การสร้างภาพคงามเป็นมืออาชีพ
- การหางานและเงิน
- ความสุขกับชีวิตและการทำงาน
เริ่มต้นที่





เก็บเอาไว้เฉยๆก็ไม่มีประโยชน์ ผมเลยเอามาแบ่งปันกันดีกว่า เผื่อจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมาบ้าง เป็นงานในห้องที่ทำไว้ตอนเรียนวิชา composite ตอน ปี 3 ครับ ใครที่เรียน after effect หรือสนใจก็น่าจะได้รับประโยชน์ในขั้นต้นบ้าง…







