title
comments 5

อัพไฟล์วีดีโอที่เว็บไหนดี?

ปกติแล้วเวลาเราทำงานเสร็จ เราก็อาจจะอยากโพสมันขึ้นไปบนอินเตอร์เน็ต เพื่อแชร์ให้คนอื่นดูด้วยใช่ไหมครับ ผมก็เลยนึกดูว่าเอะ อัพขึ้นเว็บไหนดี แล้วเว็บแต่ละเว็บมีความแตกต่างกันยังไงบ้าง ทั้งในเรื่องของคุณภาพวีดีโอที่ออกมา สังคมในนั้น รวมถึงฟังชั่นอื่นๆด้วยว่าเป็นเช่นไร ปกติผมจะอัพงานขึ้นที่ Vimeo ส่วนถ้าเป็นวีดีโอธรรมดาก็จะอัพขึ้นที่ Youtube ครับ แต่นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีเว็บอื่นๆอีกไม่ว่าจะเป็น Blip.tv หรือ Dailymotion หรืออย่างตอนนี้ Flickr ที่แต่ก่อนรองรับเฉพาะรูปภาพ แต่ตอนนี้ก็มีวีดีโอแล้ว แต่ผมจะไม่พูดถึง Flickr ครับ เพราะยังมีข้อจำกัดเรื่องขนาดไฟล์และความยาวของคลิปที่สามารถอัพได้อยู่

Youtube

มาเริ่มกันที่ Youtube ครับ ถ้ามองโดยภาพรวมมันเป็นสังคมวีดีโอ ออนไลน์ที่ใหญ่มาก เรียกได้ว่าน่าจะใหญ่ที่สุดแล้วในตอนนี้ แต่ในที่นี้ผมจะพูดเฉพาะแค่ในสังคม art / animation / filmimg ประมาณนี้เท่านั้นนะครับ ข้อดีของ Youtube ที่ผมคิดว่าที่อื่นสู้ไม่ได้ก็คือ ความเร็วในการแปลงไฟล์ของ server หรือพูดอีกแบบนึงคือ คุณอัพโหลดไปปุบ ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ดูนั่นเอง ปกติแล้วสำหรับไฟล์วีดีโอที่ไม่ใหญ่มาก เราแทบจะได้ดูมันเลยโดยทันทีเลยครับ แต่จะเป็นวีดีโอคุณภาพต่ำ ก่อนที่เราจะต้องรอเวลาสักระยะ ไม่นานครับ ไม่น่าจะถึงครึ่งชั่วโมง ระบบก็จะแปลงไฟล์เป็นขนาดต่างๆให้เรา ทั้งแบบ 360p, 480p, หรือถ้าไฟล์เราเป็น HD ระบบก็จะแปลงเป็น 720p, 1080p ให้เราด้วย ประโยชน์ก็คือ อินเตอร์เน็ตของแต่ละคนความเร็วไม่เท่ากันครับ ใครเน็ตช้าหน่อยก็ลดความละเอียดลงมาได้ แลกกับคุณภาพของภาพและเสียงที่ตกลงไป ซึ่งนอกจากนั้นแล้วข้อดีของเค้าที่มีอีกก็คือ Youtube ค่อนข้างมีพื้นที่ให้เราได้ใช้เยอะมาก เราสามารถอัพโหลดไฟล์ได้ใหญ่สุดถึง 2gb ความยาวกว่า 10 นาที ผมเห็นมีวีดีโอที่ยาวกว่านี้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ต้องทำยังไง อาจจะเป็นในกลุ่มของ Youtube Partner ก็ได้ เลยได้สิทธิพิเศษ (Youtube Partner ก็คือพวกที่เราได้เห็นเค้าจ้ออยู่หน้าจอ Youtube บ่อยๆนะแหละครับ พวกนี้มีส่วนได้ส่วนเสียกับ Youtube) แต่ข้อเสียของเค้าเองก็มีครับ ก็คือว่าถ้าในงานของใครมีเพลงที่มีลิขสิทธิ์ในบางค่าย งานของเราจะถูกตัดเพลงเออกไปครับ หรือไม่ในบางกรณีเช่นในวีดีโอมีงานลิขสิทธิ์บางตัวอยู่ งานอาจจะโดนลบไปเลย หรือไม่อณุญาติให้ใส่ไปในเว็บเราได้ สรุปเลยดีกว่าครับ

ข้อดี

  • รองรับไฟล์สูงสุดถึง 2gb ไม่จำกัดโควต้าต่ออาทิตย์ และอัพได้สุงสุดครั้งละ 10 ไฟล์
  • สังคมใหญ่มาก แต่จะมีคนดูหรือเปล่าอีกเรื่องนึง เพราะสังคม Youtube ค่อนข้างหลากหลาย
  • สามารถเลือกชมได้หลาย Resolution
  • รองรับการชมผ่านมือถือ
  • แปลงไฟล์เร็วเทียบกับเว็บอื่น
  • สามารถโพส Playlist รวมงานของเราบนเว็บได้
  • ปัจจุบันรองรับ Closed Caption และรองรับการชมแบบสามมิติ (ถ้าเกิดวันใดเราทำงาน 3 มิติอะนะ)
  • รองรับ Anntonations เอาไว้ใส่ข้อความบนวีดีโอเรา ให้เกะกะเล่น
  • ระบบวิเคราะห์กลุ่มผู้ชมดีมาก (ถ้าได้ใช้)

ข้อเสีย

  • Player ไม่สวยและเชยมากเมื่อเทียบกับเว็บอื่น ปรับเปลี่ยนได้ค่อนข้างน้อย
  • สังคมใหญ่จริง แต่ Community ของคนในวงการ art / animation / films ดูเหมือนจะไม่เกาะกลุ่มกันเท่าไร
  • ติดปัญหาลิขสิทธิ์ วีดีโอมีโอกาศถูกตัดเสียง ถูกลบ หรือไม่อณุญาติให้โพสบนเว็บได้ ดังนั้นต้องเชควีดีโอก่อนอัพ หรือไม่ก็วัดดวงเอาโดยเฉพาะเพลงของค่าย Warner Music Group
  • คุณภาพวีดีโอเป็นรอง Blip และ Vimeo
  • ไม่แสดงรูปผู้คอมเม้น

Vimeo

สำหรับ Vimeo ณ วันนี้กลายมาเป็น community อันดับหนึ่ง ของบรรดาศิลปินผู้ทำภาพเคลื่อนไหว เรียกได้ว่าทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นงาน short, animation 2d/3d, motion graphics, films, time-scape, experimental ศิลปินจากหลายๆวงการทยอยกันเข้ามาแลกเปลี่ยนหรือโชว์ผลงานของตัวเองให้ชมกัน นอกจากนี้แล้วยังมี video ในกลุ่ม staff pick ซึ่งเป็นผลงานที่เจ๋งและได้รับการคัดเลือกจากทีมงานของเว็บให้มาอยู่ที่หน้าแรก ความเป็น community ที่เหนือกว่าเว็บอื่นๆนี้เองกลายเป็นจุดแข็งของพวกเค้า และดูเหมือนว่าบรรดาสมาชิกเองก็พร้อมที่ทำให้สังคมของพวกเค้าน่าอยู่ยิ่งขึ้น ผมมีประสบการณ์ดีดีจากการใช้เว็บนี้คือ ถ้าหากคุณสงสัยเกี่ยวกับวีดีโอชิ้นนั้นๆ เช่นเค้าใช้เทคนิคอะไรทำ หรือทำอย่างไร หลายๆครั้งที่ผู้โพสงานเองจะตอบคุณว่าเค้าทำงานชิ้นนี้อย่างไร พวกเค้าพร้อมที่จะแบ่งปันเทคนิคนั้นให้กับคนรุ่นใหม่ๆ นั่นนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี เหตุที่เป็นเช่นนี้คงเพราะนโยบายของเว็บ Vimeo เองที่ย้ำเสมอว่าวีดีโอที่อัพนั้นต้องเป็นงานของคุณจริงๆ และด้วยความที่มันเป็นงานของเรา เราย่อมรู้ว่างานนั้นทำขึ้นมาได้อย่างไร แต่ Vimeo เองก็ใช่ว่าจะมีแต่เพียงข้อดีเท่านั้นนะครับ มีข้อเสียเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเวลาแปลงไฟล์ซึ่งใช้เวลานานมาก ไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนงานจะได้โชว์บนเว็บ หรืออาจจะมากกว่านั้นในเวลาที่มีผู้ใช้เยอะๆ อาจจะเป็น ชม หรือสอง ชมเลยก็ได้ แม้แต่ vimeo+ user หรือผู้ใช้เสียเงินเองบางครั้งยังต้องรอนานเป็นวันก็มี นอกจากนี้แล้วผู้ใช้ธรรมดายังถูกกำจัดสิทธิอื่นๆอีกเช่นสามารถอัพไฟล์ได้ 500mb ต่ออาทิตย์เท่านั้น และไฟล์ HD 1 ไฟล์ต่ออาทิตย์ และยังไม่สามารถโพสวีดีโอตัวเองบนเว็บอื่นเพื่อดูแบบ HD ได้อีกด้วย โดยความสามารถนี้ถูกจำกัดไว้เฉพาะกับ vimeo+ user

ข้อดี

  • เป็นสังคมของเหล่าศิลปินที่ใหญ่มากมีกลุ่มให้เลือกชมหลายกลุ่ม และเป็นสังคมที่ดี
  • วีดีโอคุณภาพดีมากเป็นรอง blib เล็กน้อย
  • เลือกชมได้สองความละเอียดคือ HD และ Non-HD
  • สามารถใช้รูปมาเป็น thumbnail ของวีดีโอของเราได้
  • สามารถใส่รูปอื่นอาจจะเป็นเบื้องหลังของการทำงานไแด้วยได้
  • interface ของ player ดูรูปเงียบ สามารถเปลี่ยนสีให้เหมาะกับเว็บที่เราไปโพสได้ และยังสามารถปรับขนาดได้หลากหลายกว่า
  • ไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์เพลง แต่งานที่อัพต้องเป็นงานของเราจริงๆและไม่ใช่งาน commercial
  • vimeo+ user หรือผู้ใช้แบบเสียเงิน $59.95 ต่อปี สามารถโหลดต้นฉบับของตัวเองกลับได้ตลอดเวลา ในขณะที่ user ปกติสามารถโหลดต้นฉบับกลับได้ใน 1 อาทิตย์
  • มีกิจกรรมในเว็บบ่อยๆ
  • ตั้ง Password ให้กับวีดีโอได้ ในกรณีที่เราต้องการให้คนเฉพาะกลุ่มดู
  • สามารถอัพโหลดผ่านทางโปรแกรมของเว็บได้

ข้อเสีย

  • user ธรรมดาไม่สามารถโพสงานของตัวเองแบบ HD บนเว็บอื่นได้ (ดูได้แต่แบบความละเอียดปกติ)
  • จำกัดที่ 500mb และ 1 HD video ต่ออาทิตย์
  • แปลงไฟล์ช้ามากแม้ในเว็บขึ้นว่าครึ่งชม แต่อาจจะมากกว่านั้นเป็นหลายๆชั่วโมง

Dailymotion

เว็บฝากวีดีโอไฟล์เว็บที่สามที่ผมจะพูดถึงก็คือ Dailymotion เป็นเว็บสัญชาติฝรั่งเศสที่เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นกันเท่าไรนักนะครับ ดุเหมือนเว็บนี้จะไม่เรื่องมากเท่าไรในเรื่องของการอัพวีดีโอโดยมีกฏพื้นฐานเพียงแค่ว่าต้องไม่เป็นการเหยียดผิว ความรุนแรง อนาจาร หรือความเกลียดชัง ส่วนเรื่องของลิขสิทธิ์นั้นไม่น่าจะมีปัญหาครับ ข้อดีของ Dailymotion ที่ผมเห็นคือเราสามารถแชร์วีดีโอของเราได้หลากหลายแบบพอสมควร คือมี widget ให้เลือกหลายแบบ ถ้าหากเราต้องการนำวีดีโอของเราไปโพสกับเว็บอื่นๆ ส่วนข้อเสียหลักๆของเว็บนี้คงจะเป็นเรื่องของการอัพไฟล์ HD นะแหละครับ กล่าวคือ ถ้าเป็นเว็บอื่นเพียงแค่อัพวีดีโอไปงานของเราก็จะเป็นแบบ HD แล้ว แต่ของ Dailymotion เองจะยุ่งยากกว่าตรงที่วีดีโอของเราต้องผ่านการตรวจจากทีมงานก่อนครับว่าเป็น Creative Content หรือเปล่า คือเป็นงานที่เราสร้างขึ้นมาเองและมีความสร้างสรรค์ก่อนจึงจะผ่านการตรวจและถึงจะรับชมแบบ HD ได้ ตรงนี้เองผมมองว่าเป็นจุดเสียใหญ่สำหรับคนที่ต้องการความสดวกและรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก

ข้อดี

  • แชร์วีดีโอได้หลายรูปแบบ
  • กฏระเบียบน้อย
  • ตัว player มีปุ่มให้แชร์ไปยัง social network อย่าง facebook และ twitter ได้
  • interface สวย อย่างน้อยก็สวยกว่า Youtube และสามารถปรับขนาดของ player เวลาโพสในเว็บได้ง่ายกว่า
  • แปลงไฟล์เร็ว
  • รองรับไฟล์ขนาด 2gb หรือที่ความยาว 20 นาที หรือมากกว่านั้นด้วยการสมัครเป็น Motionmaker
  • สามารถเลือกชมแบบ SD / HQ และ HD ได้ ถ้าวีดีโอกลายเป็น HD แล้ว
  • ไม่น่าจะมีปัญหาลิขสิทธิ์

ข้อเสีย

  • สังคมยังเล็ก โดยมากจะเป็นงานของคนฝรั่งเศส
  • ไม่สามารถอัพงานเป็น HD ได้ในทันที ต้องเป็น Motionmaker หรือ Official User ก่อน ซึ่งถึงแม้ไม่เสียเงิน แต่ก็ยุ่งยากกว่าที่ควร
  • เมื่อไม่สามารถอัพเป็น HD ได้ในทันที คุณภาพวีดีโอแบบ HQ ก็ไม่ดีพอ
  • มี logo Dailymotion อยู่บนวีดีโอของเราตลอดเวลา

blip.tv

มาถึงเว็บสุดท้ายครับที่ blip.tv แม้โดยรวมแล้ว blip.tv จะเน้นไปที่โชว์ หรือรายการออนไลน์ซะมากกว่า แต่ก็ไม่มีกฏข้อไหนห้ามไม่ให้โพสงานของเรา ถ้ายังอยู่ในเงื่อนไขลิขสิทธิ์อยู่นะครับ ถ้าให้เทียบกับหลายๆเว็บแล้ว เฉพาะสิ่งที่ blip.tv ให้กับผู้ใช้ แค่กับ user ธรรมดาก็ถือว่ามากเกินพอและดีกว่าหลายๆเว็บแล้วครับ ยกตัวอย่างเช่นคุณภาพของวีดีโอที่ดีกว่าทั้งสามเว็บข้างบนที่ได้พุดถึงไปแล้ว ข้อจำกัดในการอัพโหลดไฟล์ซึ่ง blip.tv ให้คุณอัพได้อย่างไร้ข้อจำกัด ทั้งขนาดและความยาวของงาน! นอกจากนี้แล้ว blip.tv ยังให้คุณเลือกได้ว่า ต้องการแปลงไฟล์ของคุณเพื่อใช้ในงานลักษณะใดบ้าง เช่น สำหรับเว็บ สำหรับ ipod สำหรับ tv หรือสำหรับโทรศัพท์ เราสามารถเลือกได้เลยว่าอยากจะให้ผู้ชมเลือกแบบไหนได้บ้าง? หรือถ้าคิดว่าคุณภาพจะไม่ดีพอ เราสามารถเลือกดู source file หรือต้นฉบับเลยก็ยังได้ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถดาวน์โหลดต้นฉบับหรือไฟล์ที่ถูกแปลงเป็นรุปแบบต่างๆแล้วได้อีกด้วย แล้วข้อเสียละ มีไหม? มีครับสังคมของ blip.tv กลับไม่ใหญ่ตามข้อดีที่ทางเว็บให้กับเรา กลุ่มผู้ใช้อย่างที่บอกข้างต้นคือจะเน้นเป็นรายการโชว์ เสียมากกว่าหรือเป็นติวเตอร์ครับ อาจจะเหงาๆหน่อยคือโพสแล้วไม่มีคนดู

ข้อดี

  • อัพไฟล์ได้ไม่จำกัดขนาด
  • สามารถเลือกแปลงเป็นหลายๆ Resolution ได้ตามความต้องการ แต่ต้องเลือกเอง
  • Interface ของ Player ผมคิดว่าสวยที่สุด และสามารถบอกรายละเอียดของงานเราได้ทั้งหมดภายในตัว Player เองเลย โดยที่ไม่ต้องคลิกไปที่เว็บหลัก นอกจากนี้แล้วยังสามารถแก้ Interface โดยอาจจะทำลิงค์มายังเว็บเราเองเลยก็ได้ แทนที่จะลิงค์ไปที่เว็บของผู้ให้บริการ
  • คุณภาพวีดีโอดีที่สุดจากทั้งสามเว็บที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ สามารถดู source file ได้
  • สามารถโหลด source file กลับมาได้ตลอด โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องระดับ user
  • เลือก thumbnail ของวีดีโอเองได้
  • สามารถอัพโหลดผ่านทางโปรแกรมของเว็บ หน้าเว็บ และผ่านทาง FTP ได้
  • เวลาในการแปลงไฟล์กำลังดี
  • มี showpage ดูเป็นมืออาชีพมาก แต่เลือก resolution ไม่ได้นะ
  • ถ้าคิดว่าคุณเจ๋งพอ งานคุณคนดูเยอะ สามารถติดโฆษนาและแบ่งรายได้กับทางเว็บบนวีดีโอของคุณได้

ข้อเสีย

  • สังคมเล็กมากจนดูจะเงียบเหงา
  • ขนาดของ Player ในบางขนาดปรับแล้วไม่ลงตัว ทำให้มีขอบพื้นหลังเหลืออยู่
  • ไม่สามารถเลือก resolution จาก player ได้ หากจะนำไปโพสตามเว็บแล้วต้องการ resolution ตามต้องการต้องสร้าง player ขึ้นมาใหม่ สำหรับความละเอียดนั้น
  • จากข้อข้างบนทำให้ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความสดวกแบบครั้งเดียวเสร็จ

Conclusion

อะ มาถึงสรุปกันเลยละกันครับถ้าพูดถึงคุณภาพ ซึ่งในตอนที่ 2 ผมจะโพสให้ดูว่าคุณภาพมันต่างกันยังไง อันนี้คงต้องยกให้ blip.tv ครับดีที่สุดแล้วในบรรดาเว็บทั้งหมด แถบยังดู source ได้อีกด้วยและยังโหลดต้นฉบับเก็บมาได้อีกแนะ แต่ข้อเสียของมันก็คงจะเป็นเรื่องสังคมนี่แหละครับ ผมจึงคิดว่า ถ้าเกิดจะอัพเพื่อเอามาโพสในเว็บส่วนตัวหรือตามเว็บต่างๆที่รองรับ blip.tv คงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ ถ้าหากว่าคุณต้องการให้ผู้ชมดุงานที่คุณภาพดีที่สุดของคุณ โดยไม่ได้แคร์ที่จะมีสังคมอะไรกับในเว็บที่คุณฝากไฟล์ แต่ถ้าเกิดคุณต้องการสังคมด้วย ต้องการเปิดโลกในวงการณ์นี้ด้วยในขณะเดียวกัน ได้คุณภาพวีดีโอที่ดีด้วย ผมคงต้องแนะนำให้เล่น Vimeo ครับ เพราะสังคมด้านนี้ใหญ่มาก จะว่าไปเค้าทำมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ถ้างานคุณเจ๋งพอ และได้รับเป็น staff pick มีโอกาศอยู่หน้าเว็บ รับรองว่ามีคนดูงานของคุณอีกเป็นพันเป็นหมื่นคนพร้อมคำวิจารณ์อีกแน่นอน แต่มีข้อเสียตรงที่โพสวีดีโอคุณภาพสูงในเว็บตัวเองไม่ได้นี่แหละ ถ้าจะทำต้องเสียเงินซะก่อน ก็เกือบๆ 2 พันบาทต่อปีครับ ส่วนข้อจำกัด 500mb กับ 1 HD ต่ออาทิตย์ ผมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหานะ เพราะปกติเราคงไม่มีงานให้อัพกันทุกอาทิตย์อยู่แล้ว แล้วด้าน Youtube ละ ก็ดีครับแม้ว่าคุณภาพวีดีโอจะไม่ใช่ที่สุด แต่ได้เปรียบเรื่องความเร็วในการแปลงไฟล์กับ Anntonations ที่สามารถใส่ข้อความของเราไปในงานได้ ถ้าเป็นผม ผมคงเลือกใช้ Youtube เพื่อโพสวีดีโอสนุกๆขำๆมากกว่าที่จะโพสงาน อาจจะเป็นวีดีโอเวลาไปเที่ยวหรือเป็นกิจกรรมอะไรแบบนั้นมากกว่าครับ เพื่อให้เพื่อนๆได้เข้ามาดูกันแบบทันใจ เพราะถ้าโพสงานบางทีมีเพลง ก็ติดลิขสิทธิ์โดนลบออกไปอีก และถ้าวีดีโอของเราคนดูหรือเรทติ่งไม่มากจริง โอกาศจะขึ้นมาอยู่หน้าเว็บก็คงไม่มาก เพราะยังไงก็สู้พวก Youtube Partner หรือพวกวีดีโอบันเทิงอื่นๆไม่ได้ สุดท้ายงานคุณโอกาศที่จะมีคนดูก็จะน้อยมากครับ เพราะ Youtube คนอัพไฟล์วันๆนึงเยอะมาก ส่วนทางด้าน Dailymotion ผมคิดว่ามันยุ่งยากไป และคุณภาพวีดีโอแบบ HQ ก้ไม่ดีพอที่จะโชว์งานของเราครับ

สุดท้ายก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนครับ ผมเองใช้ Vimeo เป็นหลัก แต่ต่อไปอาจจะใช้ Blip.tv ด้วยชอบ interface เค้าครับ สวยดี ส่วน Youtube ผมไม่ชอบ interface มันเชยเลยมีเอาไว้ดูอย่างเดียว หวังว่าโพสนี้จะมีประโยชน์นะครับ ยังไงถ้าเกิดใครมี account facebook หรือ twitter หรือ social media อย่าลืมคลิก icon ด้านล่างเพื่อแบ่งปันให้คนอื่นได้อ่านด้วย ก็จะดีมากเลยครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ สวัสดีครับ :)

5 Comments

  1. nongplang

    ผมเคยอัพลง Youtube แล้ว
    ต้องสมัครก่อนนะครับ พอเสร็จแล้วก็ต้องยอมรับทางอีเมล

    ถ้าจะอัพก็คลิกที่ปุ่ม Upload แล้วเลือกวิดีโอ สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลทุกอย่างได้ เช่น
    ชื่อวิดีโอ จาก: MV00352 เป็น: SMF Flash อย่างนี้เป็นต้นไป

    ไปดู Channel Youtube ของผมที่นี่เลย
    http://www.youtube.com/user/13579plang

  2. piya

    ช่วยแนะนำเว็บที่
    -รับฝากวิดีโอยาวๆ
    -สามารถดึงลิงค์มาแสดงเฉพาะวีดีโอบนเว็บไซต์เราได้
    -เป็นความลับ ไม่สามารถค้นหาในgoogleเจอ
    -ป้องกันการดาวน์โหลดระดับหนึ่งได้
    -เสียเงินได้
    รบกวนทีนะครับจะเอาไปทำงาน

    • admin

      ตามที่บอกมาข้างบนทั้ง youtube และ vimeo ก็ทำได้ทั้งคู่นะครับรวมถึงการตั้ง video เป็น private ด้วยอย่าง YT จะตั้งให้เป็น private ไปเลยหรือตั้งให้ดูได้เฉพาะคนที่มีลิงค์ก็ได้

      ส่วน vimeo สามารถใส่รหัสให้คลิปได้ครับ ไม่มีรหัสก็ดูไม่ได้

      แต่ youtube ได้เปรียบที่ server เร็วกว่า

      แต่ว่าเรื่องกันดาวน์โหลดอันนี้ยากครับผม หลายๆเว็บแม้แต่เว็บที่ทำคลิปสอนแบบเสียเงินดูยังไม่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้เลย (ถ้าคนโหลดตั้งใจจะโหลดจริงๆ)

Leave a Reply